อาชญากรรม

หนุ่มใหญ่รับจ้างกรีดยาง ถูกลูกชายเจ้าของสวนปืนโหดบุกยิงดับคาที่นอน สาเหตุเกิดจากไก่ชน

               เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. 2561 ร.ต.อ.วรพงศ์ ชาวแพะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุ มีคนถูกยิงเสียชีวืต ภายในบ้านพักในสวนยาง พื้นที่ ม.9 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและเข้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

           ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนงานไม่มีเลขที่ อยู่กลางสวนยางพารา พื้นที่ ม.9 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบศพนายสมพร ใจคำ อายุ 53 ปี คนไทยพลัดถิ่น ภูมิลำเนาอยู่ อ.ตะนาวศรี จ.มะริด เมียนม่าร์ ซึ่งอยู่กินกับนางต้อย มะลิขาว มีอาชีพรับจ้างกรีดยางในพื้นที่ ถูกยิงเสียชีวิตอยู่บนที่นอนภายในบ้านพัก สภาพศพถูกยิงบริเวณหน้าอก 3 นัดทะลุหลัง, บริเวณกลางจมูกทะลุท้ายทอย, และบริเวณแขนขวา 2 นัด นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 9 ปลอก หัวกระสุน 3 นัด

          จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อช่วงสายก่อนเกิดเหตุ นายสมพร ผู้เสียชีวิต กำลังนอนหลับพักผ่อนภายหลังจากกรีดยางเสร็จในช่วงเช้า กับนางต้อย ภรรยา และลูกชายวัย 11 ขวบ ระหว่างนั้น นายศิริศักดิ์ อินทร์เอี้ยง อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าของสวนยาง นายจ้างของผู้เสียชีวิต เปิดประตูห้องพักเข้ามาก่อนกระหน่ำยิงนายสมพร จนเสียชีวิต ต่อหน้าภรรยาและบุตรชายวัย 11 ปี และได้หลบหนีขึ้นเขาไป โดยสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า นายศิริศักดิ์ ได้โกรธแค้นและเคยมีปากเสียงกับนายสมพร เรื่องที่เข้าใจผิดที่คิดว่านายสมพรได้ลักไก่ชนไป จึงบันดาลโทสะ รอจังหวะที่นายสมพรเผลอ ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เร่งควานหาตัวนายศิริศักดิ์ เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

ฝรั่งแดนกังหันลมโดดตึกโรงแรมใจกลางเมืองหัวหิน

           เมื่อเวลา 17.20 น. ของวันที่ 14 มิ.ย.61 พ.ต.ท.นฤปนาท อัษศดิณย์เดชา สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติ ตกจากที่สูงเสียชีวิตภายในโรงแรมหัวหินเพลส เกสเฮ้าส์ เลขที่ 43/21 ถ.แนบเคหาสน์ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สุรชัย วัชรพาณิชย์ รอง ผกก.สืบสวน พ.ต.ท.ไชยวิวัฒน์ จันทร รอง ผกก.สอบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ ตม. แพทย์ รพ.หัวหิน หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ชุดสืบสวนและมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน รุดไปยังที่เกิดเหตุ อยู่ใกล้ทางเข้าอาคารนาวีภิรมย์ของกองทัพเรือ มีประชาชนมุงดูเป็นจำนวนมาก พบศพนายโรเบิร์ต เฮนดีคัส คอร์เนลลิส อายุ 68 ปี นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ สวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงขาสั้นสีขาวนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด เสียชีวิตอยู่กับพื้นทางเดิน ด้านข้างโรงแรม สภาพศีรษะแตก ซี่โครงและแขนขาหัก จึงนำศพส่งยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจให้แพทย์ตรวจชันสูตรอีกครั้ง

           จากการสอบถามนางวาสนา งามเหลือ อายุ 51 ปี แม่บ้านโรงแรม เล่าด้วยอาการตระหนกว่านายโรเบิร์ต เป็นแขกประจำที่โรงแรม โดยพักเพียงลำพังที่ห้องชั้นล่างสุดได้ประมาณเดือนเศษแล้ว ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกลับมาหลังจากออกไปข้างนอก เดินเข้าห้องพัก สักครู่ก็เปิดประตูเดินผ่านตนไปโดยไม่พูดจาท่าทางเหมือนครุ่นคิด ขึ้นไปบนดาดฟ้าชั้นที่ 5 ตนคิดว่าคงขึ้นไปเดินออกกำลังกาย หรือนอนอาบแดดตามปกติ สักพักได้ยินเสียงคล้ายของหนักตกกระแทกพื้น จึงวิ่งมาดูก็พบว่าเป็นนายโรเบิร์ตนอนจมกองเลือดอยู่จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ปกติผู้ตายเป็นคนนิสัยดี ทานมังสวิรัติ ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ตนยังคาดไม่ถึงว่าจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

           ด้าน พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่าได้ตรวจดูที่เกิดเหตุ ภาพกล้องวรจรปิดและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ เชื่อว่านายโรเบิร์ตคิดสั้นฆ่าตัวตาย ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตามจะติดต่อญาติและเพื่อนผู้ตาย มาสอบปากคำอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุแน่ชัดต่อไป

รวบสาวท้องแก่ขนยาเสพติด มูลค่ากว่าสามล้านบาท คาด่านตรวจ

      เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 พล.ต.ต.พัฒนา  เพศยนาวิน ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.ชินวร เจียห์สกุล ผกก.สืบสวน ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.ท.จักรพัฒน์ จันทร์เที่ยง รอง ผกก.สืบสวน ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ วัฒนพร สว.กก.สส.ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุด ปปส.ตำรวจภูธรภาค 1 ชุดปฏิบัติการด่านตรวจสามร้อยยอด ตั้งด่านตรวจริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ด้านหน้า สภ.สามร้อยยอด หลังสืบทราบว่าจะมีคนลักลอบนำยาเสพติดลงภาคใต้ พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กฬ 2139 กรุงเทพฯ มีหญิงสาวซึ่งอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ประมาณ 7 เดือน ขับผ่านมา จึงแสดงตนขอตรวจ ค้นพบยาบ้าจำนวน 5  มัด รวม 10,000 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 411 กรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อยู่ในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล ที่วางอยู่ข้างเบาะคนขับ จึงนำตัวมาสอบสวน

         ทราบชื่อว่า น.ส.พัทรศยา ไพบูลย์ศิริชัยกุล อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/258 หมู่ 5 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  และรับสารภาพว่าจะนำยาเสพติดดังกล่าวไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.ภูเก็ต โดยได้รับเงินค่าจ้างก้อนหนึ่ง ซึ่งตั้งใจเก็บไว้เพื่อใช้จ่ายในการคลอดลูก แต่มาถูกจับได้เสียก่อน ซึ่งตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผลจับกุมพวกร่วมขบวนการที่เหลือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับแท๊กซี่หัวร้อน ชกสาวโรงแรมเลือดอาบ

          เมื่อวันที่ 26 พ.ค.61 ร.ต.อ.วายุ อุ่นภักดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจาก น.ส.ศศิวิมล ศรีคำ อายุ 35 ปี ทำงานโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหัวหิน ว่าถูกชายคนหนึ่งทำร้ายร่างกาย จำได้ว่าเป็นชายคนเดียวกันในคลิปที่โพสต์พูดไม่พอใจแกร๊บคาร์ หลังมาเปิดบริการรถแท็กซี่ที่หัวหินและขู่ทำร้ายหากเจอในเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ต่อมามีการแชร์คลิปกันแพร่หลาย ซึ่งตนก็ได้แชร์คลิปต่อที่สมาชิกเฟซบุ๊กเพจกลุ่มพลเมืองในนครหัวหินนำมาโพสต์ พร้อมเขียนข้อความว่า “ถ้ากฎหมายบ้านเมืองยังเป็นแบบนี้ ก็จะมีการอัดคลิปขู่ทำร้ายร่างกายกันอยู่แบบนี้” ซึ่งความเห็นของตนเป็นการแสดงความเห็นกว้างๆไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าใคร ต่อมาขณะตนเดินไปทำงานที่โรงแรม ซึ่งต้องเดินผ่านแท็กซี่วินหน้าโรงแรมหนึ่ง ก็เจอผู้ชายในคลิปพอเห็นตนก็พูดด้วยน้ำเสียงกร้าวๆ ว่าเดินให้ดีๆ หน่อย ตนเลยหันไปถามว่าเดินให้ดีๆ หน่อย เป็นอย่างไร พูดแบบนี้จะข่มขู่กันหรือ ไม่ทันจบคำก็ถูกชายคนดังกล่าวชกล้มหงายหลังหัวฟาดพื้น พักใหญ่ๆ ถึงลุกขึ้นมาได้โดยไม่มีใครเข้ามาช่วยและได้ยินเสียงเพื่อนของคนทำร้ายตน ว่าพี่ไปเถอะเดี๋ยว ผมจะรับผิดเอง แล้วคู่กรณีก็ขับหายไป จึงไปทำแผลที่ รพ.หัวหิน โดยบาดเจ็บที่ศีรษะแตกด้านหลังเย็บ 3 เข็ม กระพุ้งแก้มแตกเย็บ 2 เข็ม มุมปากมีบาดแผลเลือดไหล จากนั้นเข้าแจ้งความตำรวจ กรณีที่เกิดขึ้นกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ซึ่งคงไม่สามารถทำงานที่หัวหินต่อไปได้ จะต้องสูญเสียทั้งอาชีพ เงินเดือนและโบนัสปลายปี ฉะนั้นจึงไม่ขอยอมความได้" น.ส. ศศิวิมล กล่าว

          ด้าน พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่าภายหลัง น.ส.ศศิวิมล เข้าแจ้งความและได้ดูภาพคนทำร้ายจากคลิป ทราบชื่อว่า นายจักรกฤช พึ่งเจาะ อายุ 38 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้างในเมืองหัวหิน ตนพร้อมด้วยสายตรวจได้ไปตามตัวนายจักรกฤชที่บ้านพักในหมู่บ้านตะเกียบ นำตัวมารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยนายจักรกฤชยอมรับสารภาพแต่โดยดีว่าเป็นคนลงมือทำร้าย น.ส.ศศิวิมล จริง สาเหตุจากไม่พอใจที่ น.ส.ศศิวิมล แชร์คลิปและโพสต์ข้อความวิจารณ์ตน เลยโกรธแค้นพอเจอหน้า เข้าต่อว่ากระโดดชกทันทีพร้อมสำนึกผิดยกมือไหว้ขอโทษ น.ส.ศศิวิมล ก่อนถูกนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบอดีตเซลส์แมนขายรถแสบ หลอกเอารถยนต์ลูกค้าไปขาย

        เมื่อช่วงสายของวันที่ 21 พ.ค. 61 ที่ สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.กิตติพงศ์ เลี้ยงชีพ รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.สมพงษ์ อยู่ยืด สวป. หัวหน้าชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ พร้อมชุดสืบสวน นำหมายจับศาลจังหวัดหัวหินที่ จ.105/2561 จับกุมตัวนายณัฐดนัย หรือปุ้ย อินตุ่ม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/1 หมู่ 2 ต.เวียงคอย อ.เมือง จ.เพชรบุรี อดีตพนักงานขายศูนย์รถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหัวหินได้ที่บริเวณร้านฝ่ามือมังกร ราดหน้ายอดผัก ริมถนนหัวหิน - ห้วยมงคล ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ (รถยนต์) โดยมีเจ้าทุกข์หลายรายที่เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน มาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามจับตัวคนร้ายได้

           พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่าก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 10 มี.ค.61 น.ส.ชญารัฐ จันทร์นี อายุ 51 ปี เจ้าของรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน กจ - 3663 ประจวบฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ว่าถูกนายณัฐดนัย ที่สมัยเป็นเซลขายรถยนต์ ที่มีความสนิทสนมกัน รับอาสาจะไปทำสีรถให้ใหม่ บอกว่าเป็นบริการหลังการขาย ตนจึงหลงเชื่อ เซ็นชื่อมอบอำนาจและจ่ายเงินค่าทำสีไปให้ประมาณ 3 หมื่นบาท จนหลายเดือน นานผิดสังเกต เมื่อถามหารถ แต่ถูกนายณัฐดนัยบ่ายเบี่ยง ว่าทำสีอยู่ จนมารู้ทีหลังว่าถูกนายณัฐดนัยหลอกนำรถตนไปขายให้เต้นท์รถแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ในราคา 7 แสนบาท ซึ่งตำรวจตามยึดรถกลับคืนมาได้ นอกจากนี้ยังพบว่านายณัฐดนัย ยังหลอกเจ้าของรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า แคมรี่ สีขาว ทะเบียน อ - 3463 กรุงเทพมหานคร ป้ายแดง และรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว กต - 3595 เพชรบุรี เอารถไป ซึ่งยังอยู่ในระหว่างตามยึดรถคืน ทั้งนี้ฝากเตือนประชาชนจะซื้อรถยนต์มือสอง ก็ขอให้ตรวจสอบเอกสารการซื้อขายให้ชัดเจน หรือสอบถามตำรวจ และหากท่านใดถูกนายณัฐดนัยหลอกในลักษณะเดียวกันนี้ ให้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

"ทลายบ่อนไพ่กลางไร่ ผู้ต้องหา-ของกลางอื้อ"

            เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่11 พ.ค. 61นายชัยวุฒิ คุณาธิมาพันธ์ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายดฤษกร สายศิวานนท์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญกา รร.ต.โกวิทย์ สุขคำ ผบ.หมวดกองร้อยรักษาความสงบที่ 1 พ.ต.อ.สมชาญ พิญคันเงิน ผกก.สภ.อ่าวน้อย พ.ต.ท.สมคิด พงศ์สินชินภัทร รองผกก.สภ.อ่าวน้อย นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองประจวบฯ กว่า 10 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเข้าปิดล้อมจับกุมนักเล่นการพนันในบ่อนบริเวณ บ้านเลขที่ 250 หมู่ 5 บ้านหนองเสือ ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางและเงินสดจำนวนมากหลังสืบทราบว่ามีการแอบลักลอบเล่นการพนันมานาน

          โดยบ่อนดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวตั้งอยู่กลางไร่สับปะรดโดยมีนายสมชัยทองนาคอายุ 65 ปี ยอมรับเป็นเจ้าของบ้านภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมบ้านตรวจค้นพบนักเล่นการพนันชาย 13 คน และหญิง 23 คน รวม 36 คนพร้อมอุปกรณ์การเล่นไพ่ป๊อกเด้งครบเครื่องสับไพ่ 2 เครื่องเครื่องแจกไพ่ 1 เครื่องไม้เกลี่ยไพ่ 3 อันตะกร้าใส่เงิน 5 อันไพ่ 2 สำรับและสมุดลงยอดรายรับ - รายจ่ายประจำวัน1เล่มพร้อมเงินสดรวมจำนวน 111, 720 บาท จึงเก็บรวบรวมตรวจยึดไว้เป็นของกลางพร้อมนำตัวนักเล่นการพนันมาทำประวัติและสอบสวนเพิ่มเติม ณ ที่ว่าการอำเภอเมือง ประจวบฯก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาว่าแอบลักลอบเล่นการพนันประเภทก (ไพ่แปดเก้า) โดยผิดกฎหมาย จากนั้นนำตัวนักเล่นการพนัน พร้อมอุปกรณ์ของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อย ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันเล่นการพนันไพ่แปดเก้า พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย

        โดยนายสมชัย เจ้าของบ้าน ให้การยอมรับสารภาพว่าตนเองเป็นเจ้าของบ้าน แต่ไม่ได้เล่นการพนันกับเขาด้วยเพราะเล่นไม่เป็น ให้ใช้แต่เพียงสถานที่ ได้ค่าตอบแทนแต่เพียงเก็บค่าต๋ง ค่าเก็บขยะและค่าน้ำ - ค่าไฟเท่านั้นซึ่งได้มีการแอบเล่นการพนันไพ่ ได้เพียง 2 วันแต่มาถูกจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เป็นเจ้าบ้าน จัดให้มีการเล่นการพนัน เพื่อรับผลประโยชน์จากการเล่นการพนัน

"พบกะโหลกคนกลางป่าละเมาะ คาดลวงมาฆ่า"

         วันที่ 5 พ.ค.61 ร.ต.ท.สมิทธ์ เพชรประดิษฐ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากชาวบ้านที่ออกหาปลาว่าพบหัวกะโหลกมนุษย์ ภายในลำห้วยกลางป่าละเมาะ หมู่ 4 บ้านวังกี่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและมูลนิธิเพชรเกษมหัวหินรุดไปตรวจสอบอยู่ลึกจากถนนห้วยมงคลไปทางสนามกอล์ฟ เดอะมาเจสติค ครีก คันทรีคลับ 4 กม. มีชาวบ้านยืนมุงดูอยู่เต็ม พบชิ้นส่วนหัวกะโหลกมนุษย์ จำนวน 1 หัว ในสภาพมีเพียงฟันกรามซ้ายขวาข้างละซี่ บริเวณจมูกมีรอยแตกจมอยู่ในดิน เบื้องต้นไม่สามารถระบุว่าเป็นเพศหญิงหรือ ชายคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 ปี ก่อนแยกย้ายกันค้นหาชิ้นส่วนร่างกายที่เหลือแต่ไม่พบ พบเพียงปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 1 ปลอกห่างจากจุดพบหัวกะโหลกประมาณ 20 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

         จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกนั้นและใกล้เคียงแจ้งว่าไม่มีบุคคลสูญหาย คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นคนจากที่อื่นถูกคนร้ายลวงมาฆ่าและทิ้งศพไว้นานนับปี โดยไม่มีใครพบเห็นก่อนถูกสุนัขกัดแทะเหลือแต่กระดูกและคาบมาทิ้งไว้ ซึ่งจะได้นำหัวกะโหลกส่งยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตรวจหาร่องรอยการเสียชีวิตและเร่งสืบหาว่าผู้ตายเป็นใครอย่างเร่งด่วนแล้ว

"ผ่าซากลูกช้างป่า ตายคาป่า สปก. คาดแผลติดเชื้อ"

          เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 2 พ.ค. 61 ร้อยตำรวจเอกสมชาย ยอดดำเนินกุล รองสารวัตรสอบสวน สภ. สามร้อยยอด ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบช้างตายในไร่สับปะรด บริเวณหุบตาหวย หมู่ที่ 7 ตำบลไร่ใหม่ อำเภอ สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าฯ จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ชนะ สุวรรณโกมล รองผู้บังคับการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เข้าตรวจสอบพื้นที่

          พบช้างเพศผู้มีงา อายุประมาณ 5 - 7 ปี นอนตายอยู่ในป่าสับปะรด สภาพจมอยู่ในโคลน มีแมลงวันตอมเป็นจำนวนมากและเริ่มส่งกลิ่นเหม็น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลที่ก้นด้านซ้าย ลักษณะเหมือนโดนสัตว์แทะหรือถูกอะไรก็ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ว่าช้างตายด้วยสาเหตุใด

     จากการสอบถามนายจารุวัฒน์ นุชศิริ พนักงานพิทักษ์ป่า ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่าพบช้างตายที่บริเวณหุบตาหวยซึ่งอยู่ในเขตป่า สปก. ภายในไร่ของนายบุญเลิศ งามดี คาดว่าช้างตัวนี้น่าจะตายมาแล้ว 2 วัน มีชาวบ้านเคยเห็นอยู่เป็นฝูงมี 7 ตัว หากินอยู่บริเวณป่าแห่งนี้ ซึ่งในช่วงหลังๆ ไม่กี่วันที่ผ่านมาชาวบ้านสังเกตเห็นว่าช้างตัวดังกล่าว มีอาการเดินช้า เซื่องซึม เดินไม่ทันฝูง และเริ่มแยกตัวมาหากินตัวเดียว จนมาพบว่านอนตายอยู่ในป่าสับปะรดดังกล่าว

Visitors: 3,776