ข่าวทั่วไป

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 61 ที่อาคารสัมมนาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายอุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ นางนภาพร นาคทิม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ร่วมในพิธีเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 3 โดยมีนักวิชาการ นักศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไปกว่า 250 คน เข้าร่วมการประชุม

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ จัดการประชุมดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2559 โดยได้รับความร่วมมือจาก 9 คณะ และ 7 มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้ในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสายสังคมศาสตร์ ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายด้านวิชาการ ระหว่างนักศึกษา นักวิชาการ หลักสูตรและหน่วยงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านวิจัยในสาขาต่าง ๆ โดยเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์และหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดเป็นเวทีวิชาการระดับชาติที่รวบรวมผลงานทางวิจัยอันทรงคุณค่า และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากงานวิจัยในวงกว้าง เป็นฐานในการคิดอย่างสร้างสรรค์ที่จะส่งผลต่อการสร้าง การเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อไป และในครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตประชุมเป็น “การบูรณาการความรู้เพื่อสังคมที่ยั่งยืน(The Integration of knowledge for Sustainable Society)” แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มที่ 1 นวัตกรรมอาคาร (Building Innovation) กลุ่มที่ 2 การบูรณาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Integration of Science and Technology) และกลุ่มที่ 3 สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน (Social science for Community Development) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และนายเกชา ธีระโกเมน อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มาบรรยายพิเศษทั้งสองวัน

 

 

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 61 ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ,นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ, นายเบญจพล พาลี ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบฯ ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรสุริยุปราคา ณ หว้ากอ ครบรอบ 150 ปี”

นายพัลลภ กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ภายใต้แนวคิด จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ พัฒนาชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีนวัตกรรม โดยเตรียมพร้อมพื้นที่ 485 ไร่ ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จัดแสดงเมืองแห่งการเรียนรู้ 8 เมือง ได้แก่ เมืองนิทรรศการ อพวช. เมืองโลกใต้น้ำ เมืองพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย เมืองดาราศาสตร์และอวกาศ เมืองตะลุยแดนวิทยาศาสตร์ เมืองบ้านของพ่อ เมืองใกล้ชิดวิทย์ ธรรมชาติ และเมืองพลังงานเพื่อชีวิต โดยงานช่วงกลางวัน จัดตั้งแต่วันที่ 18 - 24 สิงหาคม เวลา 09.00 น. - 16.00 น. ส่วนงานช่วงกลางคืนจะมีการแสดงแสง สี เสียง และงานมหรสพอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 18 - 22 สิงหาคม เวลา 18.00 น. - 22.00 น.นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการประกวดแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ ท้องฟ้าจำลองเคลื่อนที่ และแรลลี่เมืองการเรียนรู้ ทั้ง 8 เมือง

นายสุวรงค์ กล่าวว่า “เมืองจุดประกายความคิด วิทย์สร้างคน” เป็นหนึ่งในกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนใน จ.ประจวบฯ และจังหวัดใกล้เคียงในภาคกลาง ได้เรียนรู้เข้าใจในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “วิทย์สร้างคน”ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปสู่ภูมิภาค เพื่อเป็นการขยายโอกาสการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และส่งเสริมให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับเยาวชนและประชาชนทุกคน

ทั้งนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย อพวช.ได้จัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระดับภูมิภาค” ขึ้น รวม 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น และภาคกลาง ที่ จ.ประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมและเตรียมความพร้อมของคนไทยก้าวไปสู่อนาคตข้างหน้า ด้วยการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมุ่งหวังให้เยาวชนและประชาชนไทยรู้จักการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ การปฏิวัติตนเอง กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อตอบรับกับนโยบาย Thailand 4.0

ด้านนายเบญจพล พาลี ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ กล่าวว่า อุทยานฯ ได้เตรียมพร้อมสถานที่ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อรองรับผู้เข้าชมงานวันละกว่า 1 หมื่นคน พร้อมการจัดรถรับส่งอำนวยความสะดวกประชาชนเข้าร่วมงาน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

 

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 กรกฎาคม 61 ที่โรงแรมซิตี้บีช รีสอร์ท หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประธานคณะทำงานขยายผลธนาคารปูม้า เป็นประธานเปิดการประชุมพร้อมบรรยายแนวทางการขยายผลธนาคารปูม้า เพื่อ“คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” โดยมีนายสมบูรณ์ วงศ์กาด รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายนิติพัฒน์ เตียนพลกรัง ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และผู้นำชุมชนชาวประมง กว่า 70 ชุมชน จากพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน รวม 6 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร เข้าร่วมรับฟัง

นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยของประเทศ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 ให้เป็นหน่วยงานหลักในการขยายผลธนาคารปูม้า เพื่อ “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ไปสู่ชุมชนบริเวณชายฝั่ง โดยจะเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง ธนาคารออมสิน บริษัทประชาสามัคคี บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และกระทรวงพาณิชย์ โดยจังหวัดประจวบฯ เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญและมีความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากมีรายได้จากอุตสาหกรรมและพืชไร่แล้ว การทำประมงก็เป็นอาชีพหลักและรายได้สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัด เนื่องจากมีพื้นที่ติดชายทะเลความยาวถึง 224 กิโลเมตร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเดิม มาต่อยอดในการเพิ่มอัตราการรอดของลูกปูม้า ก่อนปล่อยคืนสู่ทะเลและขยายผลความสำเร็จของธนาคารปูม้าไปสู่ชุมชนอื่นๆ ตลอดจนการสนับสนุนการตลาดในทุกรูปแบบ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าอันจะนำมาซึ่งการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนต่อไป

 

 

 เมื่อวันที่ 15 ก.ค.61 นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ กจ. 3 (ห้วยป่าเลา) ว่าเกิดน้ำป่าไหลหลากหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำในน้ำตกป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีปริมาณสูงขึ้นและไหลเชี่ยว มีตะกอนขุ่น อีกทั้งสภาพเส้นทางเดินเข้าน้ำตกป่าละอู ลื่นมาก ไม่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว และอาจเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยว จึงขอประกาศปิดการท่องเที่ยวน้ำตกป่าละอู ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.นี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ขณะที่สภาพอากาศทั่วไปยังมีฝนตกกระจายและมีเมฆหนาปกคลุมซึ่งอุทยานฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันอุทยานฯ ได้รับรายงานว่าระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณบ้านโป่งลึก และบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเข้าไปสนธิกำลังทหารชุดเฉพาะกิจทัพพญาเสือและเจ้าหน้าตำรวจตระเวนชายแดน อยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ กจ.10 ห้วยแม่สะเลียง ออกลาดตระเวนยังติดอยู่ในพื้นที่ ไม่สามารถออกมาได้ ต้องรอจนกว่าระดับน้ำลดลงแล้วจะเดินทางกลับ

 

 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 261 ที่ด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นประธานการประกวดผลงานแกะสลักหยวกกล้วย(แทงหยวก) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “ทัศนศิลป์เฉลิมพระเกียรติ เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” การประกวดการแต่งกายพื้นเมือง เทพบุตรเทพธิดาชนเผ่าไทยและกิจกรรมยกย่องคุณธรรมจริยธรรมบุคคลต้นแบบ โดยมีนางนภาพร นาคทิม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล นางวรรณา โชคสุชาติ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นายพงศ์ภูมิ ศรชมแก้ว หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตวังไกลกังวล ผู้รับผิดชอบโครงการฯ นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมการประกวด

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี และมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการอัตลักษณาภาษาศิลป์กับศิลปะ ศิลปินบนถิ่นไทย ครั้งที่ 14 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวให้ดำรงอยู่ ไม่ถูกกลืนไปกับกระแสโลกาภิวัตน์มาถ่ายทอดในรูปแบบศิลปะการแสดง ซึ่งผลการประกวดผลงานแกะสลักหยวกกล้วย ชนะเลิศได้แก่ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ อบต.มาบปลาเค้า จ.เพชรบุรี ได้เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ, รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ สาขาวิชาการโรงแรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ได้เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ, รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้รับเงิน 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณได้แก่ สาขาวิชาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี

นายณัฐพล ขันนพคุณ สมาชิกทีมแกะสลักหยวกที่ชนะเลิศ กล่าวว่ารู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง โดยชื่อผลของเราชื่อว่า พรรณณาคีตวศิลป์สิรินธร ที่เล่าถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัสดุที่ใช้นอกจากหยวกกล้วยแล้ว จะเป็นดอกไม้นานาพันธุ์ที่นำมาใส่ในผลงานนี้ ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิด ลายหยวกแต่ละลาย ก็จะเป็นดอกไม้มงคลของพระองค์ท่าน เมื่อปีที่แล้วเราโดนโค่นแชมป์ไป ปีนี้เรามาทวงแชมป์กลับไปให้มหาวิทยาลัยศิลปากรอีกครั้ง

 

 

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 61 ที่โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันกุ้งประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “เลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จและยั่งยืน” โดยมีนายนิติพัฒน์ เตียนพลกรัง ประมงจังหวัดประจวบฯ นายพยุง ภัทรกุลชัย ที่ปรึกษาสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าไทย นายไชโย เก่งตรง ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จ.ประจวบฯ บริษัทเอกชน ภาคธุรกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกว่า 500 คน ให้การต้อนรับ

นายนิติพัฒน์ กล่าวว่าประจวบฯ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีเกษตรกรประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเป็นจำนวนมาก กุ้งที่เป็นที่นิยมและเป็นตัวชูโรงคือกุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งกุลาดำ ด้วยสภาพพื้นที่ ที่เหมาะสม มีผลผลิตออกจำหน่ายมากกว่า 96,000 ตันต่อปี สร้างรายได้ให้กับจังหวัดไม่น้อยกว่าปีละ 14,400 ล้านบาท เมื่อช่วงปลายปี 2555 เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทั่วประเทศประสบปัญหากุ้งตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากนั้นมาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจึงได้รวมตัวกันจัดประชุมสัมนาประชุมทางวิชาการระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนและภาคธุรกิจการเพาะเลี้ยงกุ้ง เพื่อหาสาเหตุการตายของกุ้งและหาแนวทางแก้ไขปัญหา จึงทำให้เกิดงานวันกุ้งประจวบคีรีขันธ์ขึ้นครั้งแรก เมื่อปี 2556 เป็นต้นมา มีการรวมตัวกันจัดตั้งชมรมผู้เลี้ยงกุ้งประจวบฯ ขึ้น เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นในการเพาะเลี้ยงกุ้งให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ต่างๆ และเข้าถึงเทคโนโลยี 4.0 และทราบถึงทิศทางนโยบายของราชการ เตรียมความพร้อม วางแผนการบริหารจัดการธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มั่นคง และยั่งยืนตามแนวทางการผลิตสัตว์น้ำที่ปลอดภัยกับผู้บริโภค เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนรวมทั้งวิทยากรที่จะมาถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ รวมถึงบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่นำอุปกรณ์การเพาะเลี้ยงจำนวน 42 บูธ มาแสดงให้กับเกษตรกรเพาะเลี้ยงกุ้งได้รับรู้ถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ

นายโชตินรินทร์ กล่าวว่าปัจจุบันกุ้งขาวแวนนาไมของเกษตรกรจังหวัดประจวบฯ มีผลผลิตมากเป็นอันดับ 4 รองจากสับปะรด, มะพร้าว, และยางพารา ต้องขอขอบคุณเกษตรกรเพาะเลี้ยงกุ้งที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดผลิตกุ้งสู่ตลาดทั้งในและนอกประเทศ และขอให้กำลังใจกับปัญหาต่างๆ ทั้งในด้านการเพาะเลี้ยงหรือปัญหาด้านราคา และที่สำคัญต้องเลี้ยงกุ้งอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

 

 

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม 561 ที่ศูนย์โอทอปประจวบคีรีขันธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายธีรพันธ์ นันทกิจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) ศูนย์ OTOP บ้านพ่อ โดยมีนายอาณัติ วิเศษรจนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ นายตติย อัครวานิชตระกูล ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดประจวบฯ นาวาอากาศเอกอดิศักดิ์  ศรีสารากร รองผู้บังคับการกองบิน 5 พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน นายสุวิทย์ เหรียญรุ่งเรือง ประธานชมรมผู้บริหารสนามกอล์ฟเพชรบุรี/ประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกจำนวนมากให้การต้อนรับ

นายธีรพันธ์ นันทกิจ กล่าวว่าตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน จ.ประจวบฯ เพิ่มอีก 1 แห่ง นับว่าเป็นความโชคดีของเกษตรกรที่มีหน่วยงานภาครัฐ มาดูแลให้การสนับสนุนส่งเสริม จัดหาตลาดรองรับผลผลิต เพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพ

นายประสพชัย พูลเกิด กล่าวว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันต้องเผชิญกับความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรควรมองหาโอกาสและศึกษาหาลู่ทางตลาดใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ เพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงจัดตั้ง “ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) ศูนย์ OTOP บ้านพ่อ” ขึ้นเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและเชิญชวนผู้บริโภคให้มาใช้บริการศูนย์ Farm Outlet มากยิ่งขึ้น สอดรับกับพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน รวมทั้งเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้เกษตรกร เพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน

 

 

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.61  นายทวีชัย โชคสมุทร  ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาประจวบคีรีขันธ์  เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคฯ ได้แจ้งผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวในพื้นที่ ให้เข้มงวดมาตรการความปลอดภัย ก่อนนำเรือออกให้บริการนักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังเกาะแก่งต่างๆ และหากมีประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง  ขอความร่วมมือให้งดการนำเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้สาขาประจวบคีรีขันธ์ ได้ขออัตรากำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มอีก จำนวน 8 อัตรา เพื่อเสริมการทำงาน ดูแลให้ใกล้ชิดมากขึ้นทุกท่าเรือที่มีการให้บริการเรือนำเที่ยว โดยเฉพาะท่าเรือเฟอร์รี่ หัวหิน – พัทยา ที่หมู่บ้านเขาตะเกียบ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ใช้บริการจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตามท่าเรือต่างๆ ทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคงแข็งแรงของท่าเรือ ตรวจสอบภายในเรือ จะต้องมีเสื้อชูชีพให้เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร และตรวจสอบสภาพเรือทุกปีก่อนต่อใบอนุญาต รวมไปถึงคนขับเรือ ต้องมีใบอนุญาตให้ถูกต้อง และอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งปกติมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการปีละ 1 - 2 ครั้ง และที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างดี

 

 

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 61 ที่โรงแรมเนินชเล บีชฟร้อนท์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นางอาน-มารี ตูดิก กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นางอรสา อาวุธคม ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ, นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน - ชะอำ, นายประสงค์ โกมุก นายสถานีรถไฟหัวหิน, นางฆรนี เทียนไทย ประธานบริหารและเจ้าของโรงแรมเนินชเล, นายดี ช่างหม้อ ผู้ริเริ่มโครงการฯ ร่วมเปิดงานแสดงผลงานศิลปะ "The first Hua Hin International Contemporary Art Residency Program" ครั้งที่ 1 โดยมีบรรดาศิลปินจากหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย, เบลเยียม, อินเดีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, สเปน, เวียดนามและไทยให้การต้อนรับ

นางอรสา อาวุธคม กล่าวว่างานนี้ได้เชิญศิลปินมาพำนักในพื้นที่หัวหิน เพื่อสร้างจินตนาการและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ เป็นงานศิลปะที่บ่งบอกถึงจินตนาการ ความคิด สภาพสิ่งแวดล้อม ความสวยงาม อารมณ์และประสบการณ์ต่างๆ ผ่านพู่กัน สีสัน เทคนิคและการปั้น ซึ่งศิลปินต่างชาติ 12 คน และศิลปินไทยอีก 12 คน รวม 24 คนได้ถ่ายทอดผลงานทั้งหมดออกมาเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ

นายดี ช่างหม้อ ศิลปินไทย ผู้เป็นต้นคิดและริเริ่มงานนี้ กล่าวว่า การที่มีศิลปินนานาชาติมาสร้างสรรค์งานในหัวหิน ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติม ได้แลกเปลี่ยนกันอย่างมากมาย ทั้งเรื่องของเทคนิคการสร้างผลงานที่พวกเราได้เพิ่มเติมซึ่งกันและกัน ได้ถูกถ่ายทอดในงานศิลปะครั้งนี้ด้วย โดยผลงานทั้งหมดกว่า 70 ผลงาน หลังจากได้จัดแสดงที่โรงแรมเนินชเลหัวหินแล้ว จะถูกนำไปแสดงที่ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 11 – 20 ก.ค.นี้ ก็ขอเชิญผู้ที่รักและสนใจงานศิลปะสามารถติดตามชมผลงานได้ตามวันดังกล่าว

Visitors: 4,772