11 โรงงานสับปะรด ปรับราคา

วันที่ 11 พฤศจิกายน 61 นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย เปิดเผยว่า หลังจากนายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกประชุมโรงงานสับปะรดกระป๋อง 11 แห่งร่วมกับตัวแทนชาวไร่สับปะรด ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อหาข้อยุติเรื่องราคา จากนั้นมีข้อสรุปให้ทุกโรงงานปรับราคารับซื้อสับปะรดหน้าโรงงานขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 3 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยขอให้ยืนราคาถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้ และให้เริ่มรับซื้อตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป โรงงานจะซื้อที่ราคา 3 บาท ตามข้อเสนอในช่วงแรก โดยมีปัจจัยการผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก หากการส่งออกไปตลาดต่างประเทศยังมีปัญหาลูกค้าไม่ซื้อเพิ่ม โรงงานก็จะต้องหยุดผลิตทันที เนื่องจากที่ผ่านมาโรงงานรับซื้อในราคา กก.ละ 2.90 บาท ขณะที่ปัจจุบันวัตดุดิบมีป้อนโรงงานเพียงวันละ 6 พันตัน แต่กำลังการผลิตทุกโรงมีมากถึง 8 - 9 พันตัน และขอให้รัฐบาลรับทราบว่าเมื่อโรงงานซื้อวัตถุดิบแล้วส่งออกไม่ได้ ก็จำเป็นต้องหยุดชั่วคราว

ด้านนายสุรัตน์ มุนินทรวงศ์ นายกสมาคมชาวไร่สับปะรดไทย รองประธานสภาเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการตลาดและราคาสับปะรด กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการสับปะรดในพื้นที่ปลูกทั่วประเทศ ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมนี้ คาดว่าจะมีวัตถุดิบ 3.4 แสนตัน จึงขอความร่วมมือให้โรงงานแปรรูปเพื่อการส่งออกรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเต็มกำลังการผลิต โดยประสานกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป สมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโรงงานแปรรูปมากที่สุด กำหนดให้ซื้อผลผลิตไม่น้อยกว่าวันละ 6 พันตัน ในราคา กก.ละ 3 บาท

นายสุรัตน์ กล่าวอีกว่าสำหรับแนวทางการบริโภคสับปะรดผลสด ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ในจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตจัดทำโครงการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตไปจังหวัดปลายทาง ผ่านช่องทางการตลาดทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลาดต้องชม ร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยกำชับให้ดำเนินการเร่งด่วนเนื่องจากผลผลิตสับปะรดจะกระจุกตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ประกอบกับสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น ทำให้สับปะรดที่นำไปบริโภคผลสดจะมีรสเปรี้ยว

Visitors: 12,014