ชัยวัฒน์ ยันบางสะพานน้ำท่วมหนัก

วันที่ 12 พฤศจิกายน 61 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษาชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การที่ประชาชนต้องประสบปัญหาเดือดร้อนจากน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย นั้น ขอยืนยันว่ามาจากการทำลายพื้นที่ป่าต้นน้ำ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือตอนบนในพื้นที่ครอบคลุมทั้งสองอำเภอ เนื้อที่รวมกว่า 1.7 แสนไร่ ที่ผ่านมาพบว่ามีการบุกรุกเข้าไปทำกินมากกว่า 7 หมื่นไร่ และล่าสุดอธิบดีกรมอุทยานได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตชด.147 กองร้อยอาสาสมัครทหารพราน ร่วมกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน โดยยึดผืนป่าต้นน้ำที่บุกรุกเพิ่มทั้งหมด จากการตรวจสอบแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งจะดำเนินการหลังสถานการณ์น้ำท่วมทั้งสองอำเภอเข้าสู่สภาวะปกติ หลังจากที่ผ่านมาได้ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน นำผู้ต้องส่งดำเนินคดีแล้ว 66 ราย และยึดผืนป่าที่ไม่มีผู้แสดงสิทธิครอบครองอีกจำนวนมาก

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำลายพืชอาสินในพื้นที่บุกรุก ตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าไม้ เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครองและหน่วยงานป่าไม้ในระดับจังหวัด แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน อ้างว่าไม่มีงบประมาณในการตัดโค่นทำลายต้นยางพารา มากกว่า 1,000 ไร่ นอกจากนั้นยังอ้างปัญหาผลกระทบจากมวลชน ภายหลังมีการตรวจยึดสวนยางจำนวนมากจากคำสั่งศาลทำให้มีนายทุนบางราย อ้างสิทธิเข้ายึดถือครองทำกินตามปกติ ซึ่งกรณีดังกล่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 อย่างชัดเจน

แหล่งข่าวระดับสูงจากที่ทำการปกครอง อ.บางสะพาน ระบุว่าปัญหาที่ทำให้การยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกมีอุปสรรค มาจากการเข้ายึดถือครองของข้าราชการบางรายร่วมกับนายทุน ทำให้การทำหน้าที่มีผลกระทบจากปัญหามวลชน สำหรับที่ดินที่ยึดครองจำนวนมาก ใช้วิธีการให้นอมินีสวมสิทธิเข้าทำกิน รวมทั้งมีการจับจองเพื่อซื้อขายเปลี่ยนมือในราคาสูง

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต ส.ส.เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ จ.ประจวบฯ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมและอดีตรองประธาน กมธ.ปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าปัญหาน้ำท่วม อ.บางสะพาน หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรเร่งรัดการขุดลอกคลองบางสะพานที่รับน้ำจากลุ่มน้ำสาขาทุกสายที่ไหลจากเทือกเขาตะนาวศรีให้ไหลลงทะเลเร็วที่สุด โดยก่อสร้างทางระบายน้ำฉุกเฉินหรือฟลัดเวย์ เช่นเดียวกับจังหวัดชุมพร ขณะที่ปัจจุบันเริ่มมีใช้งบประมาณ 1,250 ล้านบาท ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำไทรทอง ที่ ต.ทองมงคล ความจุ 13 ล้าน ลบ.ม.เพื่อกักเก็บน้ำ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 ปีโครงการนี้จะสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้ระดับหนึ่ง “ขณะนี้ปัญหาสำคัญที่กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ควรเร่งดำเนินการ หลังจากที่ผ่านมาผู้บริหารเทศบาล และ อบต.ใน อ.บางสะพานน้อย ได้ทักท้วงการก่อสร้างปรับปรุงถนน แต่ไม่มีท่อลอดหรือทางระบายน้ำ ทำให้มีปัญหาน้ำท่วมขัง ล่าสุดได้ประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัทรับเหมา เพื่อสำรวจแบบแปลนการก่อสร้างรถไฟทางคู่ในพื้นที่สองอำเภอ มีการปรับสภาพพื้นที่ หรือมีการออกแบบก่อสร้างกีดขวางทางน้ำหรือไม่”นายประมวล กล่าว

Visitors: 11,940