พาณิชย์จังหวัดชี้ช่องร้องเรียนราคาอาหารแพง

วันที่ 17 พฤศจิกายน 61 นายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าปัญหาการร้องเรียนราคาอาหารแพงใน อำเภอหัวหิน นอกจากผู้เสียหายโพสต์ข้อมูลแฉผ่านสังคมโซเชียลแล้ว ขอให้ผู้ประสบเหตุจากผู้ประกอบการที่เอาเปรียบ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ขอให้นำหลักฐานประกอบการแจ้งพฤติกรรมให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์ทราบ และหากตรวจสอบพบว่ามีการฝ่าฝืนจริง เจ้าหน้าที่จะทำหนังสือแจ้งผู้ประกอบการไปรับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท โดยผู้แจ้งจะได้รับรางวัลนำจับร้อยละ 25 ของค่าปรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสภาพของร้านค้า มูลค่าราคาสินค้า เพื่อประเมินค่าปรับที่เหมาะสม ล่าสุดมีการเปรียบเทียบปรับร้านอาหารที่หาดทรายน้อย อ.หัวหิน จำนวน 1,000 บาท จากการขายเฟรนซ์ฟรายไม่ตรงกับราคาในเมนูและพบว่าหากร้านใดเป็นนิติบุคคล กฎหมายจะปรับเพิ่มเป็น 2 เท่า แต่ที่ผ่านมาพบว่าผู้แจ้งข้อมูลส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด จะไม่ประสงค์มารับรางวัลนำจับที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพราะไม่คุ้มค้ากับค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางมา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวัง หากมีการแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อกลั่นแกล้งร้านค้าคู่แข่ง

นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบร้านซีฟู้ดในตลาดโต้รุ่งหัวหิน ได้ย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีการจำหน่ายอาหารทะเลในราคาให้เหมาะสมกับปริมาณและขนาดของสินค้า ติดป้ายแสดงราคาและแสดงภาพอาหารที่ปรุงเสร็จให้ชัดเจน จำหน่ายอาหารในราคายุติธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวก่อนจะสั่งอาหารให้สอบถามราคาอาหารอย่างชัดเจนกับทางร้าน และหากพบเห็นหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้านอาหารและบริการ สามารถแจ้งเข้ากลุ่มไลน์แอปพลิเคชั่นของเทศบาล ซึ่งมีการจัดตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาด้านนี้โดยตรงอย่างทันท่วงที โดยนักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถสแกนบาร์โค้ด เพื่อแจ้งข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ นายสมชัย เลี้ยววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรท์ ผู้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “วินทร์ เลียววาริณ” ที่พาแขกต่างชาติไปทานอาหารซีฟู้ดในตลาดหัวหิน เจอกุ้งราคาตัวละหนึ่งพันบาท เช็คบิลค่าอาหารรวมแล้ว 6,000 กว่าบาท เหมือนถูกโกง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวต่อเนื่อง “สอบตกที่หัวหิน” ระบุว่า สืบเนื่องจากเรื่องเหตุที่หัวหิน บางคนสงสัยว่าทำไมผมไม่เรียกตำรวจจัดการร้านในขณะนั้นเลย คำตอบคือ 1. เพราะเกิดอาการงง ไม่ทันคิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ ยิ่งเมื่อเจอมุขใช้เด็กมาเก็บเงิน ผู้ใหญ่หายหน้าหมด สมองจึงไม่แล่นเลย 2. ต้องตัดสินใจทันทีว่า จะพาแขกต่างชาติไปทัวร์โรงพักตอนหัวค่ำนั้น หรือพาไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ตั้งใจ ก็ตัดสินใจเลือกทางหลัง ไม่ทุกคนที่เจอเรื่องไม่คาดฝันอย่างนี้แล้ว มีปฏิกิริยาและปฏิภาณฉับไว แก้ไขปัญหาได้ถูกจุด เห็นชัดว่าผมสอบตกในเรื่องนี้! อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญของบทความ คือเพื่อเตือนให้พวกเราระวังการถูกโกงจากช่องโหว่ของเมนูที่เขียนว่า "ราคาขึ้นลงตามตลาด"
เรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นแม้แต่ในร้านหรูๆ ร้านไม่ได้โกงหรอก แต่บางคนเข้าภัตตาคารหรูแล้วเกิดอาการหน้าบาง ไม่กล้าถามราคา อาจเพราะไปกับหญิงสาวที่เพิ่งรู้จัก หรือพาลูกค้าไป กลัวว่าจะเสียหน้าถ้าถามราคา คำแนะนำของผมหลังจากประสบการณ์นี้คือ ถามราคาไปเลย ไม่ต้องเกรงใจ เป็นสิทธิของเรา ดูจากจำนวนคนที่ได้รับสาส์นชิ้นนี้แล้ว ก็ถือว่าผมเสียเงินหกพันบาทไปอย่างคุ้มค่า (สอบตกก็จริง แต่ถือว่าสอบซ่อมแล้วนะ!)
สำหรับโพสต์เรื่อง ความโลภฯ ไม่ได้เพิ่งเขียนเพราะเกิดเหตุที่หัวหินแต่อย่างไร ผมเขียนมาหลายปีแล้ว (ตุลาคม 2558) และก่อนหน้านั้นก็เคยเขียนเตือนเรื่องนี้เป็นระยะ เพราะมองเห็นมานานหลายปีแล้วว่า ทิศทางของการท่องเที่ยวไทยจะไปทางไหน แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจอ่าน และสุดท้าย ประเด็นราคาสองมาตรฐาน น่าสนใจ อยากคุยเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกัน ว่างๆ ค่อยเขียนมาถกกัน.

Visitors: 11,939