กระบะแรงงานต่างด้าวแหกโค้ง

กลางดึกวันที่ 1 ธ.ค.61 พ.ต.ท.ยศวริศ ทองสงโสม สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากที่บริเวณถนนเพชรเกษม - หนองเสือ หมู่ 2 ต.เกาะหลัก อ.เมืองฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยมูลนิธิสว่างธรรมสถาน พบรถกระบะอีซูซุ สี่ประตูสีขาว ทะเบียน 7 กศ 4806 กทม. ตกอยู่ข้างถนน สภาพหลังคายุบ กระจกหน้าแตกเสียหายยับเยิน ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 10 ราย ทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา นอนร้องครวญครางติดอยู่ในซากรถและรอบข้าง เจ้าหน้าที่รีบลำเลียงคนเจ็บส่งรักษา รพ.ประจวบคีรีขันธ์อย่างเร่งด่วน

สอบสวนทราบว่ารถคันดังกล่าว บรรทุกชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อัดมาเต็มคันรถจากบ้านเนินแก้ว ต. อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ เพื่อไปส่งให้นายทุนเพื่อค้าแรงงานเถื่อนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับคนขับไม่ชำนาญเส้นทางทำให้รถเสียหลักแหกโค้งพลิกคว่ำจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะเดียวกันคนขับรถที่เป็นคนไทยได้รับบาดเจ็บ อาศัยช่วงจังหวะชุลมุนหนีขึ้นรถยนต์ที่วิ่งเคลียร์เส้นทางเพื่อไปรักษาตัวที่ รพ.ทับสะแก เจ้าหน้าที่จึงประสาน สภ.ทับสะแก ให้จับกุมตัวพร้อมนำตัวส่ง สภ.เมืองฯ เพื่อทำการสอบสวน

มีรายงานว่าการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวจากช่องทางธรรมชาติเส้นทางเข้าออกกับประเทศเพื่อนบ้านที่บ้านเนินแก้ว ต.อ่าวน้อย นอกจากพบรถที่ประสบอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ายังมีรถยนต์อีกคัน ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนเดินทางไปรับแรงงานเถื่อนจำนวน 14 คน หลบหนีไปได้ โดยได้ค่าจ้างหัวละกว่า 10,000 บาท สำหรับการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด บริเวณช่องทางธรรมชาติที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ ทำให้กระบวนการค้าแรงงานเถื่อนที่แก๊งคนมีสีในพื้นที่ ร่วมกับนายทุนแก๊ง “ ซิ่งยันหว่าง “เปลี่ยนเส้นทาง โดยเดินเท้าจากช่องทางธรรมชาติผ่านไร่สับปะรด เพื่อรอพบนายหน้านำตัวไปส่งตามใบสั่ง จากนั้นส่งต่อไปใช้แรงงานที่ประเทศมาเลเซีย.

Visitors: 11,937