หนุ่มน้อยไอเดียเก๋ แปรรูปใบสับปะรด

จากใบสับปะรดที่แทบจะไม่มูลค่า นำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากใยสับปะรด ตาม โครงการ Ever leaves นำมาใส่ไอเดีย เสริมแต่งวัตถุดิบ ผลิตเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์ กระเป๋าใส่บัตร และที่พันหูฟัง ของใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคดิจิตอล เสริมวัสดุอย่างดี ทนทาน และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพิ่มมูลค่าสินค้าของเกษตรกร ให้มีราคาสูงมากกว่า 20 เท่า

วันที่ 19 ธ.ค.61 นายพลพงษ์ ตันติพิพัฒน์พงศ์ หรือน้องมัช อายุ 17 ปี นักเรียนเกรด 12 จากโรงเรียนนานาชาติ NIST กล่าวว่า “ผมมีความสนใจและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และเห็นว่าในแต่ละปี หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตของสับปะรด มีส่วนอื่นๆ ที่เหลือใช้ ซึ่งเกษตรกรนำไปขายเป็นปุ๋ย หรือเชื้อเพลิงในโรงงานปั่นไฟ ซึ่งได้ราคาเพียง 50 บาทต่อใบสับปะรด 100 กิโลกรัม ถือว่าเป็นเงินจำนวนที่น้อยมาก มีกลุ่มเกษตรกรบางกลุ่มที่นำใบสับปะรด มาแปรรูปเป็นกระดาษจากใยสับปะรด ซึ่งใบสับปะรด 30 กิโลกรัม จะได้ใยสับปะรด 15 กิโลกรัม ผลิตกระดาษจากใยสับปะรดได้ 60 แผ่น ขายได้ในราคาแผ่นละ 10 บาท นอกจากนี้เกษตรกรยังนำกระดาษจากใยสับปะรดมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก”

น้องมัช จึงได้ริเริ่มก่อตั้งโครงการ Ever leaves ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือแนะนำพี่ๆ ป้าๆ ลุงๆ เกษตรกรไร่สับปะรด ในการปรับปรุงพัฒนาการผลิตกระดาษจากใยสับปะรด ให้มีคุณภาพที่ดี มีความคงทนสวยงามมากขึ้น และที่สำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้มีความทันสมัย มีรูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์ ของคนยุคดิจิตอลมากยิ่งขึ้น เช่น ทำเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์ ใส่มือถือ เงิน หรือเครื่องเขียน กระเป๋าใส่บัตรและที่พันหูฟัง ซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยขายได้มากกว่า 20 เท่าจากราคากระดาษจากใยสับปะรด “ผมหวังว่าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับผลิตภัณฑ์จากวัสดุพื้นบ้าน และสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กัน ปัจจุบันนี้ได้ให้ความช่วยเหลือและร่วมงานกับกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือเป็นเมืองหลวงของสับปะรด เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกสับปะรดมากที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกมากที่สุดในประเทศอีกด้วย และคาดหวังว่า Ever leaves จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพสินค้าแปรรูป จากวัสดุธรรมชาติให้มีมูลค่าเพิ่มและมีความเป็นสากลมากขึ้น เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และสามารถต่อยอดถ่ายทอดความรู้ไปสู่การพัฒนาส่วนอื่นๆ ต่อไป” น้องมัช กล่าวเสริม

ด้านคุณป้าสมใจ บุญใส สมาชิกกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “เดิมเรามีการเอากระดาษจากใยสับปะรด มาผลิตเป็นที่ใส่ไม้จิ้มฟัน กล่องกระดาษทิชชู่ และสินค้าอื่นๆ แต่ขายได้ในราคาไม่แพง ถ้าไม่แปรรูปแล้วกระดาษใยสับปะรดจะขายได้น้อย ไม่ได้ราคาดี ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ราคาสับปะรดเองก็ถูกมาก ยิ่งปี 2561 นี้ ราคาตกต่ำสุดในรอบ 11 ปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้น้อยลง พอมีโครงการ Ever leaves ของน้องมัช มาช่วยให้คำแนะนำ เสนอเสริมไอเดียว่าควรจะนำกระดาษจากใยสับปะรดไปทำเป็นผลิตภัณฑ์แบบไหน ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้ได้ราคาสูงมากขึ้น และได้ขยายฐานกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มอื่น ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น”

สินค้าที่ผลิตจากกระดาษใยสับปะรดของโครงการ Ever leaves ตอนนี้มีอยู่ 3 ชนิด คือ 1. กระเป๋าอเนกประสงค์ ใส่มือถือ เงิน หรือเครื่องเขียน ราคา 359 บาท 2.กระเป๋าใส่บัตร ราคา 259 บาท และ 3. ที่พันหูฟัง ราคา 159 บาท สินค้าทั้ง 3 ชนิดได้เสริมวัสดุด้านใน ตัดเย็บอย่างดี มีความทนทาน กันน้ำ และผลิตจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท่านใดสนใจสามารถชมและสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ https://www.everleaves.org ทั้งนี้สินค้าทั้ง 3 แบบ มีจุดเด่นและได้รับความสนใจ มียอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการทำการวิเคราะห์การตลาด ถึงลักษณะการใช้งานของกลุ่มลูกค้า ซึ่งถือว่าสามารถตอบโจทย์ได้อย่างน่าพอใจ ปัจจุบันอยากเน้นที่ตลาดในประเทศก่อนแล้วจึงค่อยพิจารณาเรื่องการส่งออกอีกครั้ง ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น เพิ่มลูกเล่นดีไซน์ให้มีความหลากหลาย และโปรโมทผ่านช่องทางอื่น เช่น Facebook และ Instagram เพื่อสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคมากขึ้น.

Visitors: 32,079