รณรงค์ใส่หมวกนิรภัย

วันที่ 28 ธันวาคม 61 ที่สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร เขตเทศบาลเมืองหัวหิน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัย หรือหมวกกันน็อค 100% ขณะขับขี่เพื่อความปลอดภัย โดยมี พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ตำรวจ ทหาร มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน พนักงานเทศบาล และหน่วยงานภาคเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ขับขี่รถ จักรยานยนต์ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่ยานพาหนะและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก

ด้านนายเกียรติก้อง นิ่มสาคร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จ.ประจวบฯ กล่าวว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ คปภ.ได้ออกประกันภัยใหม่ 2 แบบ ให้ความคุ้มครองนาน 30 วัน ได้แก่ ประกันภัย 7 บาทและกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม 10 บาทพลัส โดยประกันทั้ง สองแบบ สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 ซื้อประกันวันใด จะเริ่มคุ้มครองภายในระยะเวลา 30 วัน เงื่อนไขคือผู้ซื้อต้องมีอายุ 20 - 70 ปีบริบูรณ์ ได้รับความคุ้มครอง 3 กรณี สำหรับกรมธรรม์ประกันภัย 10 บาทพลัส จะเพิ่มส่วนของค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุจ่ายตามจริง ไม่เกิน 5,000 บาท

ขณะที่ พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ชัยมาลา รอง สวป.ช่วย รอง สว.จร.สภ.หัวหิน นำตำรวจจราจร ออกอำนวยความสะดวกด้านการจราจร จากปริมาณรถที่คับคั่ง ทั้งในเขตเทศบาลและบริเวณถนนบายพาสชะอำ - ปราณบุรี โดยเฉพาะขาล่องใต้ ที่มีปริมาณรถจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.ท.เจษฎา กฤตานุสาร สว.จร.สภ.เมืองประจวบฯ พร้อมด้วยตำรวจราจร อำนวยความสะดวกในการเดินทางบนถนนเพชรเกษม เส้นทางสายหลักขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ ในวันแรกของ 7 วันอันตราย พบว่ามีปริมาณรถสะสมที่สี่แยกประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ต้องปรับสัญญาณไฟจราจรด้วยมือแทนการใช้ระบบอัตโนมัติ เพื่อเร่งระบายรถขาล่องใต้ เพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้จับและปรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนมาก ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย พร้อมกวดขันการใช้รถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

Visitors: 21,967