สาวกุยบุรีปลูกว่านหางจระเข้

วันที่ 20 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวที่กุยบุรี รายงานว่า มีเกษตรกรสาวสวย เรียนจบแล้วกลับบ้านช่วยแม่ปลูกว่านหางจระเข้ นำความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นเกษตรอินทรีย์ ใช้พื้นที่ 10 ไร่ ทำเกษตรแผนใหม่ มีรายได้ดี จึงเดินทางไปพบกับ น.ส.มินตรา แซ่พู อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/3 หมู่ 3 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังเรียนจบอุดมศึกษา ได้ไปทำงานในเมือง ต่อมาแม่ไม่มีคนช่วยทำไร่ จึงกลับมาบ้าน ซึ่งแม่ปลูกว่านหางจระเข้ไว้จำนวน 18 ไร่ แต่ว่าราคาที่โรงงานรับซื้อไม่แน่นอน อีกทั้งเมื่อหักค่าแรงงาน ค่าปุ๋ย ค่าขนส่ง ก็แทบจะไม่เหลือเท่าไหร่นัก

ตนเองจึงคิดใหม่ ปลูกไม้ล้อมไร่เป็นกำแพง เพื่อป้องกันสารเคมีจากไร่ข้างเคียง แล้วคัดเอาต้นพันธุ์ว่านหางจระเข้ที่เป็นพันธุ์ดี มาขยายพันธุ์ และปรับเปลี่ยนมาทำเป็นว่านหางจระเข้ GAP (สินค้าปลอดภัย ปลอดศัตรูพืช ได้มาตรฐานตามระบบจัดการคุณภาพ ของกรมส่งเสริมการเกษตร ) เพื่อสร้างมูลค่าได้มากกว่า เพราะมีการการันตีจากใบรับรองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการวางระบบน้ำโดยใช้ระบบสปริงเกอร์ ตีน้ำให้กระจายทั่วพื้นที่ ต้นว่านหางจระเข้ก็แตกใบออกมาไว เมื่อเริ่มปลูกก็เริ่มจดบันทึกการผลิต ถ่ายภาพแปลงที่ปลูก ควบคุมวัชพืชด้วยการตัดหญ้า ใช้ปุ๋ยหมักที่ทำจากเศษซากพืช การรดน้ำ จนถึงวันที่เก็บเกี่ยว โดยจะมีส่วนราชการและลูกค้ามาตรวจแปลง จะมีสมุดบันทึกรายวันให้ดูย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มปลูกและการดูแล อย่างน้อยประมาณ 9 เดือน เมื่อต้นสมบูรณ์ดี ก็เริ่มตัดใบว่านหางจะเข้ได้ทุกเดือนและสามารถขายได้กิโลกรัมละ 20 - 30 บาท ปลูกครั้งหนึ่งก็อยู่ได้ประมาณ 6 - 7 ปี

นอกจากจำหน่ายใบว่านแล้ว ยังนำใบว่านหางจระเข้ไปแปรูปเป็นผลิตภัณฑ์ สบู่ แชมพู โลชั่น เจลทาผิว และครีมนวด เพิ่มมูลค่า เช่น เจลทาผิว ราคา 350 บาท โลชั่น ราคา 200 บาท

“ เมื่อก่อนปลูกเยอะ แต่รายได้น้อย แต่เดี๋ยวนี้ปลูกน้อย แต่รายได้เยอะกว่า เพราะว่าเป็นว่านหางจระเข้ GAP มีการรับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ใดสนใจติดต่อได้ที่ น.ส.มินตรา แซ่พู 097 - 0211839 ได้ทุกวัน.

Visitors: 21,939