ธนาธร ขอเสียงชาวหัวหิน

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 62 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยทีมงาน ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้นายเกียรติพงษ์ พิณทอง ผู้สมัคร ส.ส.ประจวบฯ หมายเลข 9 เขต 2 พรรคอนาคตใหม่ ที่บริเวณสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางประชาชนและกลุ่มเด็กวัยรุ่นมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

นายธนาธร กล่าวว่า พรรคของเราคือพรรคที่ไม่ซื้อสิทธิ์ ซื้อเสียง ซื้อ ส.ส. ที่มีชื่อเสียงเข้ามา เนื่องจากเราไม่ต้องการที่จะอยู่ในระบบอุปถัมภ์ นั่นคือความภูมิใจของพรรค ผมกล้าประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มั่นใจว่าไม่มีพรรคไหน ให้คนชาติพันธ์ุ คนพิการนั่งวีลแชร์ทั้งชีวิต มาลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่พรรคเรามีการสนับสนุนคนเหล่านี้ ที่เป็นคนเล็ก คนน้อยในสังคม คนที่อยู่กับปัญหาจริงๆ เข้าไปนั่งในสภา เพื่อที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างถูกจุดและแท้จริง พรรคของเราไม่ได้จะแก้แค่ปัญหาเรื่องรื้อรัฐธรรมนูญ ล้มระบอบเผด็จการอย่างที่พูดอย่างเดียว แต่เราจะเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องที่เจ็บปวดจากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จนเกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอย่างที่เราประสบอยู่ โดยเฉพาะภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นการประมง การเกษตร หรือการท่องเที่ยว ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากนักท่องเที่ยวไม่ยอมรับระบอบการยึดอำนาจ จนนักท่องเที่ยวบอยคอตเมืองไทยในที่สุด นี่คือปัญหาที่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่เคยฟังเสียงประชาชน ความจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคมนั้น ไม่ได้เป็นเพราะพื้นฐานครอบครัว ไม่ได้เป็นเพราะกรรมเก่าแต่ปางก่อน แต่เป็นเพราะคนในเมืองกับคนนอกเมือง มีอำนาจไม่เท่ากัน ถ้าประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย จะไม่เกิดการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

ฉะนั้นเราอย่าปล่อยให้รัฐบาลที่เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจในรัฐบาลต่อเรา เราจะต้องอยู่กับตาลุงคนนั้นอีก 8 ปี ท่านมีสิทธิ์ที่จะเลือกในประเทศไทยอยู่กับปัจจุบัน หรืออนาคต การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งของเรา เราเป็นคนเลือก

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายธนาธรได้เดินหาเสียงให้นายสมพงษ์ จิตติพิพัฒน์พงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 6 ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลกุยบุรี อ.กุยบุรี โดยมีกลุ่มชาติพันธ์ุกะเหรี่ยง กว่า 100 คน จากบ้านป่าหมาก บ้านสวนทุเรียน ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด เดินทางมาให้กำลังใจและขอให้พรรคอนาคตใหม่ช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันพื้นที่บางส่วนทับซ้อนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดยผู้นำชาวกะเหรี่ยงระบุว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ช่วงที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดระเบียบกลุ่มชาติพันธ์ุ บริเวณแนวชายแดนไทย - เมียนมา โดยทางราชการขอให้ย้ายออกไปจากพื้นที่ป่าไปอยู่ในศูนย์อพยพที่ จ.ราชบุรี ต่อมามีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทราบข้อมูลได้เข้าไปให้การช่วยเหลือ เพื่อให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรม ทำให้ปัจจุบันทั้ง 49 ครอบครัว ยังมีพื้นที่อาศัยทำกินและลูกหลานมีโอกาสได้เรียนหนังสือในฐานะคนไทย

นายธนาธร กล่าวว่า ขณะที่เป็นนักศึกษาได้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกขับไล่กลุ่มนี้ ทั้งการนำผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลและด้านอื่นๆ โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านป่าหมากและบ้านสวนทุเรียนนานกว่า 4 เดือน ซึ่งขณะนั้นทุรกันดารอย่างมาก เมื่อเหตุการณ์สงบ จึงกลับไปเรียนหนังสือตามปกติและคาดไม่ถึงว่า เมื่อมาทำงานการเมืองชาวบ้านกลุ่มนี้จะเดินทางมาให้กำลังใจ สำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม นี้ พรรคได้เสนอ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ มีตัวแทนของกลุ่มชาติพันธ์ุที่มีความหลากหลาย ผู้พิการจากโรคโปลิโอไม่สามารถเดินได้ตามปกติ ตัวแทนจากคนขับแท็กซี่ และผู้ที่เปิดตัวยอมรับว่าเป็นกะเทย เพื่อให้เข้าไปสะท้อนปัญหาในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

นายธนาธร ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยติดกับดักของความขัดแย้งยาวนาน 12 ปีโดยไม่มีการพัฒนา ส่วนรัฐบาล 5 ปีที่ผ่านมาได้เห็นแล้วว่าการไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องได้ โดยเฉพาะชาวภาคใต้น่าจะรู้ดีที่สุด เนื่องจากราคามะพร้าว ปาล์ม ยางพาราตกต่ำทั้งหมด การท่องเที่ยวก็พัง ทั้งที่ประจวบฯเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่ซบเซาไปมากเพราะต่างชาติไม่ยอมรับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ส่วนนักท่องเที่ยวจีนเมื่อประสบเหตุเรือล่ม ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ก็ไปบอกว่าไม่ทำตามกฎ จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โตในประเทศจีน สุดท้ายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนก็ลดลง รัฐบาลจึงต้องมีอีเว้นท์จัดเลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการบริหารที่ผิดพลาด นอกจากนั้นการทำประมงก็พัง หลังจากไปยอมรับเงื่อนไขของไอยูยู ทำให้ผู้ประกอบกิจการต้องล้มละลาย มีหนี้สิน เรือประมงเป็นหมื่นลำต้องจอด ทำให้เม็ดเงินภายในประเทศโดยภาพรวม ต้องหายไปหลายแสนบ้านบาท ดังนั้นในวันที่ 24 มีนาคม พี่น้องต้องตัดสินใจเลือกให้ดี เพราะรัฐบาลชุดนี้มีความพยายามในการสืบทอดอำนาจของตัวเอง ยึดอำนาจ โดนต่างชาติกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการยังไม่พอ แต่ยังต้องการมีอำนาจผ่านการเลือกตั้งและต้องการอยู่ในอำนาจอีก 8 ปี ดังนั้นควรต้องตัดสินใจว่าจะอยู่อย่างล้าหลัง หรือให้ประเทศนี้มีความก้าวหน้า

“หลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 โดยหลักการสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. 250 คน ที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนที่ใช้สิทธิทางตรงเลือก ส.ส. 500 คน ขณะที่ ส.ว. มาจากการแต่งตั้งของกลุ่มบุคคลไม่กี่คน ดังนั้นจึงไม่ควรเสนอให้คนที่ไม่ได้มาจากประชาชน มีส่วนร่วมในการกำหนดรัฐบาลของประชาชน แต่ต้องยอมรับว่ากฎหมายเขียนออกมาไม่เป็นธรรม ทุกคนก็รู้ว่าเขียนเพื่อเอื้อให้ คสช.สืบทอดอำนาจ จึงเป็นเหตุผลที่พรรคอนาคตใหม่ เสนอว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม จะนำไปสู่สมการการเมืองที่ผิดแปลกไป ถ้ากฎหมายไม่เป็นแบบนี้การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่มีความสลับซับซ้อน สำหรับพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้จะเปิดเวทีปราศรัยย่อยในต่างจังหวัด ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี ส่วนเวทีปราศรัยสุดท้ายจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ส่วนโอกาสที่จะเห็นพลเอกประยุทธ์ออกมาดีเบทหรือไม่ ก็คงเป็นเรื่องของพลเอกประยุทธ์ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และการดีเบทจะเกิดขึ้นหรือไม่ ในฐานะผู้เสนอตัวมารับใช้ประชาชนในฐานะนายกรัฐมนตรี ควรจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้ประชาชนรู้ว่าจะต้องการนำพาประเทศไปในทิศทางใด ส่วน กกต.จะทำหน้าที่ได้อย่างไร ส่วนตัวก็ให้กำลังใจ สำหรับวันนี้ผมสนใจเฉพาะการณรงค์ให้ประชาชนทราบแนวคิดและนโยบายของพรรคเป็นหลัก” นายธนาธร กล่าว.

Visitors: 21,939