จับแรงงานต่างด้าวเถื่อนต่อเนื่อง

วันที่ 13 มี.ค.62 พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ สั่งการให้ พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.หน่วยฯ สนธิกำลังร่วมกับกองร้อย ตชด.ที่ 146 นำกำลังไปดักซุ่มบริเวณถนนสายทุ่งเคล็ด หมู่ 6 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กระทั่งพบกลุ่มคนคล้ายแรงงาน ทยอยลงจากรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ก่อนคนขับเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยความมืดและชำนาญเส้นทางในพื้นที่ หลบหนีการจับกุมไปได้ จึงเข้าตรวจสอบ พบเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวม 11 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 2 คน ค้นในตัวไม่พบเอกสารการแสดงตัวตน สอบถามให้การว่าทั้งหมดมาจากเมืองเมาะลำไย ประเทศเมียนมา มาพักที่บ้านของแก๊งนายหน้าค้าแรงงานเถื่อน ที่บ้านมูด่อง ตรงข้ามด่านสิงขร ก่อนเดินเท้าลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ โดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จุดผ่อนปรนพิเศษด้านสิงขร มีนายหน้าชาวเมียนมาเชื้อสายมอญ นำทางพักบริเวณชายเขาแถวช่องทางหัวเขา เพื่อนัดแนะให้รถยนต์กระบะมารับตัวไปส่งให้นายหน้าอีกทีที่ จ.กระบี่ มีค่าหัวรายละ 9,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ ดำเนินคดี

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงฝ่ายความมั่นคงระบุว่า ปัญหาการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวบริเวณชายแดนไทย - เมียนมา ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถจับกุมได้ต่อเนื่อง สาเหตุจูงใจจากค่าตอบแทนค่อนข้างสูง มีขบวนการที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับผลประโยชน์ เช่นเดียวกับธุรกิจลักลอบค้ามอเตอร์ไซค์เถื่อนให้ประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับการลักลอบค้าแรงงานเถื่อน ปัจจุบันจะมีการนำชาวเมียนมา เข้าในประเทศจำนวนไม่เกินครั้งละ 15 คนเพื่อนำไปส่งตามใบสั่งของนายหน้า ในจังหวัดภาคใต้ ขณะนี้มีรายชื่อเครือข่ายผู้ค้าแรงงานเถื่อน ทั้งในอดีตและปัจจุบันในพื้นที่ อ.เมือง อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด.

Visitors: 21,937