พรรคพลังประชารัฐ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2562 บริเวณลานตลาดนัด หน้าวัดห้วยทรายขาว เทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย แกนนำพรรค พปชร. และนายวนิชย์ ปักกิ่งเมือง ผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 5,000 คน

นายอุตตม สาวนายน กล่าวว่า “พวกเรากำลังจะก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศ เราอยากเห็นอนาคตที่สดใส 10 กว่าปึที่ผ่านมา บ้านเมืองเรามีปัญหามากมายแค่ไหน เรามีความขัดแย้งที่ทำให้บ้านเมืองต้องชะงักงัน พวกเราจะเสี่ยงกลับไปอยู่กับของเดิมๆ พวกนั้น บ้านเมืองต้องหยุดชะงักงัน พรรคพลังประชารัฐจึงถือกำเนิดขึ้นมา เป็นน้องใหม่อายุได้แค่ 4 เดือนกว่า เกิดขึ้นมาได้ด้วยพลังที่พวกเราร่วมกัน พลังประชารัฐไม่มีอดีต ไม่เคยขัดแย้งกับใคร เราอาสามาก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อความสดใสในอนาคต เราคัดสรรบุคลากรเพื่อมาลงสมัครมาเป็นอย่างดี พร้อมนโยบายที่สามารถทำได้ทันที เรามีโครงการมารดาประชารัฐ ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ เดือนละ 3,000 บาท จังหวัดประจวบฯ เป็นจังหวัดที่มีจุดเด่นในหลายๆ ด้าน ทั้งเกษตรกร ประมง และบริการการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญ พรรคพลังประชารัฐ จะดูแลในทุกๆ ด้านอย่างยั่งยืน จะลดภาระหนี้นอกระบบ เกษตรต้องเป็นเกษตรยั่งยืน รวมไปถึงเรื่องการตลาดในสินค้าเกษตร ทั้งเรื่องมะพร้าว 10 บาท สับปะรด 6 บาท ทำแล้วมีเงินเหลือ มีเงินเก็บ มีเงินออม พลังประชารัฐพี่น้องคนไทยต้องร่ำรวย รวยด้วยความสงบ รวยด้วยความสุข รวยด้วยรายได้ที่ยั่งยืน คนไทยต้องรวยได้ด้วยพลังประชารัฐ ทุกอย่างมีแนวทาง เราทำได้จริง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ถึงแม้พลังประชารัฐเป็นน้องใหม่ แต่เพียบพร้อมไปด้วยบุคลากรที่มีความสามารถ ที่จะนำพาประเทศไทยผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญ เรานำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ที่จะนำมาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง สนับสนุนให้ลุงตู่ทำงานต่อไป พรรคพลังประชารัฐไม่ได้สืบทอดอำนาจให้ใครทั้งนั้น แต่จะสืบทอดความสงบให้ประเทศไทย สืบทอดงานที่ได้เรื่มแล้วและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง นี่คือสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐจะสืบทอด เรามาเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดีกว่า”

นายอนุชา นาคาศัย กล่าวว่า “ผมเคยอยู่กับพรรคไทยรักไทย เคยอยู่บ้านเลขที่ 111 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เมื่อผมถูกตัดสิทธิ์ ผมให้ภริยาผมลง พรรคมัชฌิชา ได้ ส.ส. 7 คน เพราะคิดไว้แล้วว่าวันข้างหน้าเมืองไทยตัองเดินมาถึงจุดที่มาเข่นฆ่ากันเองบนท้องถนน จึงยอมให้ภริยาไปอยู่พรรคเล็กๆ ในวันนี้ผมตัดสินใจมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ที่มี อดีต รมต. 4 คนยอมลาออกมาจัดตั้งพรรคการเมือง หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อยู่ครบ 4 ปี หากผมทำให้พี่น้องชาวประมงลืมตาอ้าปากไม่ได้ ผมจะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต”.

Visitors: 28,798