สถาบันโรคทรวงอก ติวเข้มวิกฤตโรคหัวใจ

วันที่ 21 มี.ค.62 ที่ห้องประชุมชั้น 10 โรงพยาบาลหัวหิน น.พ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสัญจร เขต 4, 5, 6 ในโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย” (Save Thais From Heart Diseases) มี พญ.ดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผอ.โรงพยาบาลหัวหิน น.พ.พลพรรธน์ อยู่สวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ รพ.หัวหิน น.พ.เกรียงไกร เฮงรัศมี นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์หัวใจ สถาบันโรคทรวงอก นนทบุรี และ นพ.เอนก กนกศิลป์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม สถาบันโรคทรวงอก นนทบุรี พร้อมผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ผู้รับผิดชอบให้การดูแลข้อมูลผู้ป่วยโรคหัวใจ ทีมงานอายุรแพทย์หัวใจ เจ้าหน้าที่สถาบันโรคทรวงอกและโรงพยาบาลหัวหิน ประมาณ 200 คน

สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบสาขาโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนไทยในระดับต้นๆ ดังนั้นเพื่อพัฒนามาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ ตลอดจนการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน จึงได้จัดโครงการ “10,000 ดวงใจ ปลอดภัยด้วยพระบารมี” ในปี 2556 และต่อเนื่องมาเป็นโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases)” ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พัฒนาระบบบริการให้ได้มาตรฐาน การส่งต่อระบบเครือข่าย โดยการอบรมให้ความรู้ ผลิตตำรามาตรฐานการรักษาผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว พัฒนาการบริหารจัดการข้อมูล โดยจัดตั้งศูนย์กลางเพื่อดูแล Server โปรแกรม Thai ACS Registry ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัดอื่นทั่วประเทศ จากผลการดำเนินงานโครงการวิกฤตโรคหัวใจฯ สามารถทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันลดลงจากเดิม เหลือน้อยกว่าร้อยละ 10 ตามเป้าหมาย ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้รวดเร็ว มีระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล

ในปีงบประมาณ 2562 สถาบันโรคทรวงอก จึงได้ดำเนินงานโครงการวิกฤตโรคหัวใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ พัฒนาขีดความสามารถของระบบส่งต่อและขยายการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจในโรงพยาบาลระดับต่างๆ ตามเครือข่ายบริการ (Service Plan) โดยให้ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้รับการรักษาโดยยาสลายลิ่มเลือด หรือการขยายหลอดเลือดหัวใจได้รวดเร็ว มีการจัดตั้ง Warfarin clinic หรือ Anticoagulant clinic ทุกแห่ง พัฒนาโรงพยาบาลระดับ A ให้มี Heart Failure Clinic อย่างน้อย 1 แห่ง ในทุกเขตบริการ ตลอดจนให้มีการบริหารจัดการข้อมูลโรคหัวใจที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดประชุมวิชาการสัญจรในครั้งนี้เป็นเวลา 2 วัน โดยมีโรงพยาบาลหัวหินร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมแทนทุกเขตในภาคกลาง

พญ.ดารารัตน์ กล่าวว่าในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจในปัจจุบันนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการดูแลที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ในระดับของชุมชน ระดับปฐมภูมิ จนถึงโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์ ไปถึงสถาบันการแพทย์เฉพาะทาง เพื่อที่จะให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่มีการส่งต่อ ต่อเนื่องและได้มีการป้องกันการรักษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับของการดูแลที่เป็นตติยภูมิ คือการดูแลในโรคที่ซับซ้อน ซึ่งโรงพยาบาลหัวหินเป็นศูนย์หัวใจศูนย์หนึ่งของเขตในประเทศไทย ซึ่งมีรวมกันทั้งหมด 13 เขต รวมทั้งเขตกรุงเทพฯ ด้วย ทำให้มีการดูแลที่ครบวงจร เวลานี้ประชาชนชาวไทยนี้มั่นใจได้แล้วว่า การดูแลในเรื่องของผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถที่จะดูแลได้อย่างต่อเนื่องและครบถ้วนทั่วประเทศไทย.

Visitors: 28,798