“หม่อมเต่า” หาเสียงที่ประจวบฯ

วันที่ 21 มีนาคม 62 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หรือหม่อมเต่า หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย เดินทางมาปราศรัยหาเสียงให้นายพิจักษณ์ สมทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 2 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่บริเวณสวนสาธารณะ ด้านหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีรายงานว่าก่อนขึ้นเวทีปราศรัย ม.ร.ว.จัตุมงคล ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเองที่บริเวณถนนคนเดินเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ ก่อนซื้อตับไก่ย่างรับประทานอย่างสบายอารมณ์ จากนั้น ม.ร.ว.จัตุมงคลได้ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยว่ามีการประเมินหลังการหาเสียงโค้งสุดท้ายจากกระแสตอบรับของประชาชน พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะได้ ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 25 คน เพื่อให้พรรคมีสิทธิเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้พรรคยังยืนยันว่าจะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค 2.6 หมื่นราย เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวอีกว่าก่อนจะถามว่าในอนาคต พรรคสนใจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ขอถามก่อนว่าระหว่างที่มีหรือไม่มีรัฐธรรมนูญประกาศใช้ สิ่งใดจะเหมาะสมกว่าและเชื่อว่าการแก้ไข ค่อนข้างทำได้ยากทุกขั้นตอน และไม่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญ 2560 จะเป็นปมความขัดแย้งอีกครั้ง หลังการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคการเมืองที่จะไปจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต จะต้องมีเสถียรภาพมากพอสมควรและขอเรียนว่าอย่าติดหล่มกับรัฐธรรมนูญให้มากเกินไป ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษ ตั้งมานานกว่า 500 ปี ไม่มีรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

“ยืนยันว่าพรรคพร้อมจะทำงานร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ส่วนตัวเป็นห่วงบุคคลสำคัญที่อยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีคนเก่ง คนดี มีความรู้ความสามารถ อาจจะขาลอย เนื่องจากอาจจะไม่มีตำแหน่ง ส.ส.หลังการเลือกตั้ง จากเทคนิคการคำนวณจำนวน ส.ส.ในระบบใหม่ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ สถานการณ์หลังการเลือกตั้ง ค่อนข้างเป็นห่วงสถานะของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เพราะประกาศไปแล้วว่าหากได้ ส.ส.ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง จะลาออก น่าสนใจว่าพรรคจะเอาใครไปทำหน้าที่แทนระหว่างนายชวน หลีกภัย หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน”

ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวอีกว่าสำหรับสนามเลือกตั้ง ส.ส.ในกรุงเทพฯ จะเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ รปช.มีผู้สมัครที่โดดเด่น 2ิิ - 3 เขต ที่พอมีหวังและขณะนี้พรรคมุ่งหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย มากกว่าช่องทางอื่น เพราะสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ โดยการตอบข้อซักถามประเด็นการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟในอดีต ที่มีโอกาสให้ตนได้ชี้แจง หลังจากปล่อยให้นายทักษิณ ชินวัตร ออกมาพูดฝ่ายเดียวมานานมาก ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองหลายเรื่อง สร้างกระแสให้พรรคเป็นที่รู้จักได้พอสมควร ยอมรับว่าไม่มีการพูดคุยหรือหารือตนล่วงหน้า เพราะนายสุเทพเป็นคนหัวแข็ง มั่นใจตัวเองสูงมาก.

Visitors: 24,481