แม่ค้าชายหาด โต้สาวเฟซบุ๊คโพสต์เกินจริง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 เมษายน 62 นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ตำรวจ สภ.หัวหิน ทหารรักษาความสงบพื้นที่หัวหิน และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารป้าแก้วซีฟู้ด ของนางอารีย์ หรือแก้ว นุ่มเจริญ อายุ 67 ปี เจ้าของร้านค้าที่ 2 ริมทะเลบริเวณทางลงชายหาดด้านข้างโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน ท่ามกลางอากาศที่ร้อน แต่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ภายหลังตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นร้านอาหารเดียวกับที่นักท่องเที่ยวโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ชื่อ “นันทมนลักษณ์ วรธราธรณ์” หรือ “คุณกุ้ง” ระบุว่าเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา พาครอบครัวไปนั่งริมหาดชายทะเลหัวหิน เจอมุข "เก้าอี้นั่งฟรี" แต่ขอให้สั่งอาหาร พอยอมทำตามกลับเจอกติกาคูณ 2 เรียกเก็บเงินราคาพุ่งไปกว่า 2 พันบาท จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วและแชร์กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นายอำเภอหัวหินได้สอบถามข้อเท็จจริงจากนางอารีย์ และนางสมร หรือป้าเล็ก น้องสาวนางอารีย์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางอารีย์ เล่าว่าตนเป็นคนประกอบอาหารและคิดเงิน และก่อนที่ลูกค้าจะจ่ายเงินก็ย้ำว่าให้ดูให้ดี ผิดถูกให้บอก เขาก็ไม่ได้พูดอะไร มีแต่คนผู้ชายพูดว่าอาหารแพงนะ ทางร้านก็เลยให้เอาเมนูมาเทียบว่าทุกอย่างราคาเป็นไปตามที่เมนูตั้งไว้ เราก็คิดตามนั้น เขาก็ฉีกบิลไปแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เขามากันทั้งหมดผู้ใหญ่ 8 คนเด็ก 3 คน ไม่ใช่เด็กเล็กนะเป็นเด็กโตแล้ว พอเด็กเล่นน้ำเสร็จ ก็ขึ้นมากินข้าว แล้วอาหารเหลือทางร้านก็ใส่ห่อกลับบ้านให้ด้วย ส่วนเรื่องผ้าใบก็เป็นเด็กที่ร้านเชียร์ ส่วนมากเราจะย้ำลูกค้าว่ามา 5 คน ต้องสั่งอาหาร 4 อย่าง ถ้ามา 10 คน ต้องสั่งอย่างต่ำ 8 อย่าง ซึ่งเป็นไปตามที่เทศบาลกำหนดไว้ให้เหมือนกันทุกร้าน ไม่มีใครให้นั่งฟรีหรอก เพราะต้องจ้างลูกน้องอีก หลังจากที่เกิดเรื่อง ก็ถือว่ายังเป็นปกติเพราะมีบ่อย เดี๋ยวในตลาด เดี๋ยวในทะเล เดี๋ยวในตลาดโต้รุ่ง ต้องไปควบคุมตั้งแต่คนที่ขายอาหารสดในตลาด เราซื้อมาแพง เราก็ต้องขายแพง แต่ราคาก็ขายเหมือนๆ กันทุกร้าน ลูกค้าตอนสั่งกินดี คนสั่งไม่ได้จ่าย คนจ่ายไม่ได้กิน เลยเกิดปัญหาแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ในส่วนที่เขาลงในเฟซบุ๊ก เขาลงว่าเขาสั่ง 4 จาน แต่จริงแล้ว 4 จานสองที่ เป็นผู้หญิงสั่ง แต่คนจ่ายเป็นผู้ชาย ซึ่งพาเด็กไปเล่นน้ำก่อน เลยไม่รู้ตอนที่เราพูดกฏของทางร้านให้ฟังจึงเกิดปัญหา หากไม่สั่งอาหาร จะต้องเช่าผ้าใบนั่ง ในราคา 100 บาท สามารถนั่งได้ตั้งแต่ 06.00 - 17.00 น. โดยทางร้านยืนยันว่าขายตามเมนูทุกอย่าง ทำตามกฎกติกาทุกข้อ ไม่ได้มีการบังคับลูกค้าแต่อย่างใด หากทางผู้โพสต์ที่เป็นลูกค้ามีข้อข้องใจ ก็ให้มาเคลียร์กัน มาคุยกัน เพราะการโพสต์ลงโซเชียลเช่นนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของแม่ค้าหัวหินเสียหาย ทั้งๆ ที่เราก็ทำตามกฎที่ทางเทศบาลกำหนดไว้ให้

ด้านนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบ พบว่าร้านอาหารที่มีปัญหาชื่อ ร้านป้าแก้วซีฟู้ด 1 ใน 22 ร้านที่ชายหาดหัวหิน จากการสอบถามผู้ประกอบการให้การยืนยันว่ากลุ่มของผู้โพสต์ข้อความที่เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยกันได้สั่งอาหาร 2 ชุด จึงมีการเรียกเก็บเงิน 2 บิล หลังจากมีการนั่งเตียงผ้าใบ 8 คน ซึ่งข้อมูลนี้เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย จะต้องขอให้ผู้โพสต์ยืนยันข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงอีกครั้ง ว่ามีการแจ้งเตือนล่วงหน้าไว้หรือไม่ กรณีการนั่งเตียงผ้าใบเกิน 4 คน จะต้องสั่งอาหารเพิ่ม ขณะเดียวกันมีการตรวจสอบราคาอาหารบางอย่างในร้านดังกล่าว พบว่าอาจมีราคาสูงเกินความเป็นจริง ซึ่งได้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเข้าตรวจสอบแล้ว สำหรับร้านป้าแก้วซีฟู้ด ที่ผ่านมายังไม่เคยมีความผิดจากการทำบันทึกข้อตกลง โดยกำหนดโทษความผิดครั้งแรกให้ภาคทัณฑ์ ครั้งที่ 2 จะสั่งให้หยุด 7 วัน และหากผิดครั้งที่ 3 สั่งยกเลิกกิจการ

ส่วนนายอำเภอหัวหิน กล่าวว่าก็ต้องดูข้อเท็จจริง ถ้าหากผิดจริงตามข้อกล่าวหา ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดจริงตามที่ทางร้านแก้ต่างมา ว่าทางนี้โพสต์เกินจริงอะไรทั้งหลาย ผมก็แนะนำว่าให้เข้าไปแจ้งความเรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คือทุกอย่างมันเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว อย่างกรณีเมนูที่สร้างความสับสน ว่าจะใช้เมนูไหน เมนูฝรั่ง เมนูไทย อย่างนี้ผมว่ามันไม่ควร เดี๋ยวจะแจ้งเทศบาลและพาณิชย์ให้ดำเนินการ เรื่องของเมนูต้องชัดเจน จะเมนูไหนก็เอาสักเมนูหนึ่ง อย่างน้ำมะพร้าวแก้วละ 80 บาท พูดแบบตรงไปตรงมา ก็แพงนะ อย่างนี้ต้องมาแก้ไข คืออย่างที่ทางเทศบาลบอก ต้องมาดูกันนิดหนึ่งว่ามันเกิดจากความเข้าใจผิดหรือไม่ หรือเป็นไปตามที่ทางผู้ประกอบการ เขาบอกว่าทางฝ่ายผู้โพสต์ก็สั่งของเขาจริง อย่างนี้เดี๋ยวต้องมาคุยกัน แต่ว่าเบื้องต้น ผมกำชับว่าให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่ของอำเภอหัวหิน คือถ้าไม่ทำให้เป็นกิจลักษณะ ก็จะกระทบภาพลักษณ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ

ขณะที่นายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากผู้ประกอบการร้านค้าชายหาดให้บริการ มีลักษณะคล้ายข่มขู่ หลอกหลวง และเอาเปรียบผู้บริโภค และหากตรวจสอบแล้วเป็นจริงตามที่โพสต์ไว้ จะถือว่าเจ้าของร้านอาหารเข้าข่ายมีฐานความผิดในคดีอาญาอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาหารบางประเภทอาจมีราคาสูงเกินจากเมนูที่กำหนดไว้ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2544 สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าชายหาดทั้ง 22 ราย ที่ผ่านมามีการทำบันทึกข้อตกลงในการจัดระเบียบไว้กับเทศบาลหัวหิน และยอมรับว่ามีปัญหาจากการขายสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผลกระทบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวพอสมควร.

Visitors: 28,798