ตำรวจกุยบุรีนำคนร้ายทำแผนปล้นร้านทอง

วันที่ 23 มิ.ย.62 หลังจากเกิดเหตุคนร้ายใส่แว่นกันแดด  เสื้อโปโลสีน้ำเงิน สวมปลอกแขนกันแดดทั้งสองข้าง กางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบสีขาว ปิดบังอำพรางตน เข้ามาภายในร้านทองแม่จู ตลาดกุยบุรี หมู่ 1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 มิ.ย.62 โดยทำทีเป็นขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น เมื่อทางร้านหยิบสร้อยคอทองคำออกมาให้ดู คนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น มาข่มขู่เจ้าของร้าน ก่อนหยิบเอาสร้อยคอทองคำดังกล่าว และใช้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน ขฉก 394 สระบุรี หลบหนีไป

ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 62 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุยบุรี ได้ร่วมกับตำรวจกองปราบและสืบสวนภาค 7 ร่วมกันจับกุม นายธนู จันทร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 1 ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.157/2562 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2562 ข้อหา "ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพกพาอาวุธปืน" ได้ที่โรงแรม ก.เอราวัณ เลขที่ 78 ถนนคตกฤต ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม

ดังนั้นวันที่ 23 มิ.ย.62 พ.ต.ท.หญิง เบญจมาส เทียนทอง สารวัตรสอบสวน สภ.กุยบุรี พร้อมชุดสืบสวน ได้นำตัวนายธนู มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองแม่จู ตลาดกุยบุรี ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านและร้านค้าใกล้เคียง

โดยทางด้านนายธนู ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุจริง ส่วนอาวุธปืนที่ใช้เป็นอาวุธปืนปลอม แต่ได้หล่นหายระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ส่วนสร้อยคอทองคำที่ได้มานั้น นำไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ในอำเภอปราณบุรี ได้เงินมากว่าสามหมื่นบาท จากนั้นนำเงินที่ได้ไปซื้อสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 2 สลึง จำนวน 1 เส้น และแหวนทองคำน้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 วง ที่ร้านทองใกล้ๆ กัน และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง เหลือเงินอยู่ 5,000 บาท ก่อนจะถูกตามจับกุมได้ดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ทำลงไป เพราะขณะนี้ตกงานไม่มีเงินใช้จ่าย และเกิดอารมณ์ชั่ววูบ จึงตัดสินใจชิงทรัพย์ดังกล่าว.

พันธุ์พงษ์  โพธิ์จินดา...รายงาน

Visitors: 31,949