Thailand Web Stat Truehits.net

ส.ส.เพื่อไทยจี้ผู้ว่าฯ แสดงความรับผิดชอบ กรณีลูกจ้างโกงเงินหลวง

จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาในคดียักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารทางราชการ และใช้เอกสารปลอม นำเงินงบประมาณของทางราชการ 33.9 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS จากบัญชีภัยแล้ง 23.2 ล้านบาท บัญชีงบแผนพัฒนาจังหวัดปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านบาท บัญชีเงินฝากคลัง 7.3 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีส่วนตัว พบการกระทำความผิด สร้างข้อมูลหลักฐานเท็จตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ต่อเนื่องนาน 1 ปี มีการกระทำความผิดรวม 53 ครั้ง

วันที่ 26 มิถุนายน 2563 นายพรเทพ วิสุทธ์วัฒนศักดิ์ ส.ส.ประจวบฯ เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการยักเงินเงิน 33.9 ล้านบาท ในสำนักงานจังหวัดซึ่งมีหน้าที่ควบคุมงบประมาณของทุกหน่วยงานในจังหวัด มาจากความบกพร่อง เนื่องจากไม่ควบคุมเงินงบประมาณให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังอย่างชัดเจน ดังนั้นขอให้ผู้บริหารระดับจังหวัดออกมาแสดงความรับผิดชอบและชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนโดยเร็ว

“หลายฝ่ายข้องใจว่าผู้บริหารระดับจังหวัด จะทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนทั้งจังหวัดได้อย่างไร เพราะงานในการกำกับดูแลยังทำได้ไม่ทั่วถึง และกรณีนี้นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศยุทธศาสตร์ปราบโกง ควรหยิบยกไปเป็นกรณีศึกษาความบกพร่อง เพื่อวางแนวทางการทำงานของระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมคณะอนุกรรมการ การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของจังหวัด เหตุใดไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์ และทราบว่าไม่มีการพิจารณาวาระการยักยอกเงินจำนวน 33.9 ล้านบาท” นายพรเทพ กล่าว

ขณะที่ จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริตจังหวัดประจวบฯ เดินทางไปยื่นหนังสือให้นางแสงประทีป คุณาธิมาพันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบฯ ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อขอทราบผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการทุกคณะในระดับจังหวัด เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าปัญหาการสอบข้อเท็จจริงทุจริตหลายครั้ง ไม่เคยนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ และไม่เผยแพร่เอกสารเพื่อชี้แจงความคืบหน้า โดยนางแสงประทีป ระบุว่าจะเสนอหนังสือไปตามขั้นตอนและจะแจ้งให้ทราบตามระยะเวลาที่กำหนดเบื้องต้นไม่เกิน 30 วัน ส่วนการเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ อยู่ที่อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะตัดสินใจ

ด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ กล่าวว่าล่าสุดไม่มีการเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกชุดไปติดตามความคืบหน้าคดียักยอกเงิน 33.9 ล้านบาท จากนั้นจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ คาดว่าคดีจะมีความคืบหน้าไปพอสมควร ขณะที่ผู้บังคับบัญชาเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากคดีเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก

แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่าหลังจากได้เบาะแสการโอนเงิน 26 ล้านบาท ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าโอนไปใช้หนี้เว็ปไซต์พนันออนไลน์ พบว่ามีการโอนหลายทอดไปยังบัญชีของผู้เกี่ยวข้องหลายราย และการตรวจสอบมีความซับซ้อน จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามเบาะแสเส้นทางการเงินทั้งหมด เบื้องต้นพบว่ามีการโอนเงินผ่านอีแบงค์ไปเว็ปไซด์พนันออนไลน์ที่อยู่ในประเทศไทย สำหรับการโอนเงินไปเว็ปดังกล่าวเข้าข่ายลักษณะการฟอกเงิน ผู้โอนที่ได้เงินจากการฉ้อโกง หรือค้ายาเพสติดไม่จำเป็นต้องจ่ายหนี้การพนันทั้งหมด แต่สามารถโอนเงินไปฝากไว้ เพื่อถอนเงินสดจากบัญชีอื่นในภายหลัง โดยเว็ปไซด์จะมีเงื่อนไขหักค่าหัวคิวร้อยละ 1 - 3 จากเงินฝาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อว่าเงินที่ได้จากการยักยอก 26 ล้านบาท จะมีการโอนไปใช้หนี้พนันออนไลน์ทั้งหมด ตามที่ผู้ต้องหาอ้าง.

Visitors: 220,999