Thailand Web Stat Truehits.net

นกฮูกน้อย

Work from Home กับสมดุลของชีวิต

การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - 19 ทำให้หลายประเทศต้องปรับเปลี่ยนการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อในสถานที่ทำงานและวิธีการที่นำมาปรับใช้กันทั่วโลกคือ การทำงานที่บ้าน หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Work from Home นั่นเอง จากเดิมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับชีวิตการทำงานแบบตามเวลาชัดเจน เข้างาน เลิกงาน มีวันทำงานและวันหยุดที่แน่นอนมานาน ต้องมาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเพราะเจ้าโควิด - 19 แต่ถ้ามองอีกมุม...ถือว่ายังดีที่มีงานให้ได้ทำอยู่ ดีกว่าอีกหลายๆ คน ที่ต้องถูกนายจ้างใช้โอกาสนี้ให้หยุดงานไปตามสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อลดรายจ่ายของบริษัท พูดถึง การทำงานที่บ้าน Work from Home มาถูกจังหวะกับการที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าขึ้นมาก ลองคิดดูถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ประมาณ 10 ปี แล้วเกิดโรคติดต่อเช่นเดียวกับโควิด - 19 นี้ คนทำงานคงลำบากไม่น้อยทีเดียว ในความเป็นจริง ชีวิตของคนวัยทำงานทุกๆ คน ย่อมมีหลายด้าน แต่มักถูกแบ่งคร่าวๆ ออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านการทำงาน และ ด้านส่วนตัว ซึ่งแต่ละด้านก็มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ดังนั้นการใช้เวลาของชีวิตในแต่ละด้าน จึงต้องหา จุดสมดุลของชีวิต ไม่ให้เอนเอียงไป ทางหนึ่งทางใดมากเกินไป จนไม่มีเวลา

สำหรับชีวิตอีกด้าน ทั้งนี้ความสมดุลจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับอายุ ประสบการณ์ทำงาน สถานะการเงินและสังคม รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในอดีต เวลาในการทำงานของแต่ละคนไม่ได้ยืดหยุ่นตามความต้องการที่หลากหลาย ของตน เพราะเวลาทำงานมักจะถูกกำหนดแน่นอนมาแล้ว ทำให้แต่ละคนต้องบริหารจัดการเวลาในด้านส่วนตัวที่เหลือจากการ ทำงานให้ได้ ดังนั้นที่ผ่านมา คนทำงานที่เริ่มมีครอบครัว หรือมีลูก มักจะมีเวลาในการทำงานไม่ยืดหยุ่น เพียงพอที่จะจัดการดูแลลูกได้ บางคนจำเป็นต้องออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก หรือหางานใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการดูแลลูกได้ เมื่อโลกก้าวสู่ ชีวิตวิถีใหม่ หรือที่เรียกว่า New Normal แนวทางการทำงานจากที่บ้าน น่าจะช่วยให้หลายคนสามารถจัดการกับชีวิตให้สมดุลได้ดีขึ้น ทำให้มีอิสรภาพในการกำหนดเวลาการทำงานของตัวเองมากขึ้นแถมยังไม่ต้องเสียเวลาเดินทางและมีเวลาในแต่ละวันมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจด้วยนะครับ..ว่าสามารถทำงานจากที่บ้านได้หรือไม่ แต่การเปลี่ยนมาเป็นการทำงานจากบ้านบางคนอาจจะทำงานได้เนื้องานมากขึ้น บางคนอาจจะทำงานได้น้อยลง เพราะว่าเมื่อเอางานมาทำที่บ้านเส้นแบ่งระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัว มีความชัดเจนน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดา วันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็ไม่ต่างกัน ซึ่งก็จะมีข้อดี คือ สามารถกำหนดเวลาในแต่ละวันได้ยืดหยุ่น ตามความต้องการของเรา ว่าจะทำงานช่วงไหน ทำธุระส่วนตัวตามสะดวก แต่ก็ต้องระวังให้ดีว่าเมื่อเวลาในการทำงานกับเวลาของชีวิตส่วนตัวมาปะปนกัน ถ้าหากบริหารจัดการไม่ดีในระยะยาว อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ และต้องไม่ลืมว่าการทำงานที่บ้าน จะทำให้ เราขาดมิติทางสังคม ไป ซึ่งบางสถานประกอบการก็จะมีผล และเป็นปัจจัยสำคัญของประสิทธิภาพในการทำงานด้วย แม้ว่าการทำงานจากที่บ้าน อาจจะช่วยให้หลายคนมีชีวิตที่สมดุลขึ้น ส่งผลถึงคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ก็ต้องระวังไม่ให้เสียประสิทธิภาพในการทำงานด้วย ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการทำงานที่บ้าน คือ ต้องมีการตกลงร่วมกันชัดเจนระหว่างนายจ้างและพนักงาน เช่นนายจ้างคาดหวังในผลงาน หรือประสิทธิผลของงาน ส่วนพนักงานก็ต้องบริหารจัดการเวลาทำงานการส่งงานตามกำหนดและเวลาส่วนตัว ไม่ปะปนจนเกินไป นอกจากนี้แนวทางการทำงานจากบ้านแบบเหลื่อมเวลา คือการทำงานจากบ้านในบางวันเท่านั้น ในยุค new normal เช่นนี้ น่าจะมีความยั่งยืนในระยะยาวมากกว่าและจะทำให้ชีวิตสมดุลมากขึ้น.

Visitors: 236,311