Thailand Web Stat Truehits.net

ชมรมชาวใต้จัดสมโภชเรือชักพระสืบสานประเพณีชาวใต้ในวันออกพรรษา

วันที่ 2 ต.ค.63 ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถนนสละชีพ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีสวดทำบุญฉลองสมโภชเรือชักพระของชมรมชาวใต้ โดยมีนายพิชิต สันติเมธากุล ประธานชมรมชาวใต้ และสมาชิกร่วมกันจัดขึ้น มีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และผู้เคารพเลื่อมใสศรัทธา เข้าร่วมพิธี

โดยมีพระสงฆ์จากวัดธรรมิการามวรวิหาร จำนวน 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมการแสดงรำชุดเทโวโรหณะ จากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย รำสมโภชบริเวณด้านหน้าเรือชักพระ ก่อนจะมีการแจกไข่ต้มจำนวน 3,000 ใบ และข้าวต้มใบกระพ้อ 6,000 ห่อ ให้กับผู้ที่ร่วมทำบุญปักพุ่ม เพื่อนำไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

นายพิชิต สันติเมธากุล อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ ประธานชมรมชาวใต้ เปิดเผยว่า กิจกรรมเรือชักพระเป็นประเพณีของชาวพุทธทางภาคใต้ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชาวใต้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงรวมตัวจัดกิจกรรมขึ้นร่วมกับประเพณีของชาวประจวบฯ เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีทางภาคใต้ร่วมกับประเพณีของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้จัดต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปีๆ ละ 1 ครั้ง ในช่วงเทศกาลออกพรรษา ซึ่งในปีนี้เข้าสู่ปีที่ 37 แล้ว

นายโฆษิต เศรษฐประเสริฐ อายุ 80 ปี ที่ปรึกษาชมรมชาวใต้ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองประจวบ ได้เล่าประวัติความเป็นมาของเรือชักพระ ว่าในอดีตมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาในสมัยพุทธกาล ว่าในช่วงเข้าพรรษาพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปเทศนาธรรม ให้นางฟ้า เทวดา บนสรวงสวรรค์เป็นเวลา 3 เดือน และหลังจากนั้นจะเสด็จกลับลงมาโปรดสัตว์บนโลกมนุษย์ เมื่อมนุษย์โลกทราบข่าวการเสด็จกลับมาของพระพุทธเจ้า จึงได้จัดเรือบุษบกประดับด้วยดอกไม้ไปรอต้อนรับพระพุทธเจ้า แล้วแห่ไปรอบเมือง เพื่อโปรดสัตว์บนโลกมนุษย์ ซึ่งประเพณีดังกล่าวจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น จังหวัดไหนมีคลอง มีแม่น้ำก็จะใช้เรือ ซึ่งแต่ละพื้นที่ รูปแบบและการจัดตกแต่งเรือก็จะแตกต่างกันออกไป ส่วนถ้าพื้นที่ไหนไม่มีคลอง ก็จะไปทางถนน หรือปรับเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นแทนตามความเชื่อแต่ละพื้นที่ จึงเป็นประวัติความเป็นมาของเรือพระ หรือเรือชักพระดังกล่าวในปัจจุบัน.

Visitors: 220,984