Thailand Web Stat Truehits.net

ศาลจำคุกกรรมการและผู้จัดการมายาผับ คนละ 3 เดือน ไม่รอลงอาญา

วันที่ 31 ก.ค.2564 พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับสถานบันเทิง มายาผับ (ไฮไฟร์) หัวหิน คลัสเตอร์โควิดใหญ่นับร้อยคน จากคอนเสิร์ตโจอี้บอย เมื่อคืนวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้จัดการร้าน พนักงานร้านและผู้ใช้บริการหลังรักษาตัวหายจากโรคโควิดแล้วกว่า 40 คนจนครบ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาฐานฝ่าฝืนพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 จ.ประจวบฯ รวม 2 บุคคล กับ 1 นิติบุคล คือบริษัทมายามิวสิคเอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายชาลี ศรีทองกูล อายุ 48 ปี กรรมการ บริษัทมายามิวสิคเอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด และนายคมกริช พิลาคง อายุ 43 ปี ผู้จัดการดูแลร้านมายาผับ ซึ่งได้ดำเนินการส่งฟ้องศาลจังหวัดหัวหินไปแล้วเมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับประเด็นเรื่องสถานบริการเปิดเกินเวลาตามกฎหมายกำหนดในวันจัดคอนเสิร์ตและไม่มีใบอนุญาตนั้น ได้สอบปากคำผู้ใช้บริการทั้งหมดแล้ว แจ้งว่าได้ปิดตามเวลาที่กำหนด แต่ยังมีการนั่งคุยกันต่อ ส่วนใบอนุญาตโดยใช้ชื่อเดิมคือไฮโฟร์นั้นอยู่ระหว่างการต่อใบอนุญาต ขณะที่สถานบันเทิงรายอื่นตามไทม์ไลน์ ยังมีไม่มีฝ่ายปกครองหรือทางสาธารณสุขเข้าแจ้งความแต่อย่างใด

ต่อมาวันที่ 30 ก.ค.2564 ศาลจังหวัดหัวหินได้มีคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 619/2564 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 602/2564 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน โจทก์ บริษัทมายามิวสิคเอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด จำเลยที่ 1 กับ นายชาลี ศรีทองกูล จำเลยที่ 2 และนายคมกริช พิลาคง จำเลยที่ 3 ในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งพระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ว่าราชการการจังหวัดประจวบฯ โดยไม่ได้รับยกเว้น หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าระหว่างวันที่ 30 มี.ค.2564 เวลา 23.00 น. – 01.00 น.วันที่ 31 มี.ค.2564 ซึ่งอยู่ในวันและเวลาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมาย เปิดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นเพื่อการบันเทิง จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจดำเนินการแทน และจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัว และจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้มีหน้าที่จัดการควบคุมดูแลสถานบริการ ร่วมกันจัดหานักดนตรีนักแสดงและจัดให้มีการแสดงดนตรีคอนเสิร์ตของนักร้องนักแสดงชื่อโจอี้บอย มาแสดงคอนเสิร์ตและดนตรีที่มายาผับ หรือมายาเอ็กซ์คลูซีฟผับ ไฮโฟร์ (Maya exclusive pub Hi 4) ดังกล่าว โดยร่วมกันจัดขายโต๊ะสำหรับประชาชนผู้เข้าชมคอนเสิร์ตจำนวน 106 ตัว ซึ่งมีผู้ใช้บริการโต๊ะละ 5 คน ในราคาที่ใกล้เวที โต๊ะละ 5,000 บาท และโต๊ะที่ห่างเวที โต๊ะละ 3,500 บาท โดยจำเลยทั้งสามได้บังอาจร่วมกันยินยอมหรืออนุญาตให้กลุ่มลูกค้า ซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 หรือโรคติดต่ออันตรายและประชาชนทั่วไปที่จองซื้อบัตร เข้าไปใช้บริการภายในสถานบริการดังกล่าว เพื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และชมการแสดงดนตรีในสภาพแออัดอย่างมาก จำนวนประมาณ 500 คน ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้บริการเกินกว่าปริมาณโต๊ะที่ขออนุญาตไว้ ในลักษณะที่ให้ผู้ใช้บริการยืนใกล้ชิดเบียดเสียดลำตัวติด หรือใกล้ชิดกัน โดยไม่มีการจัดหรือควบคุมให้เว้นระยะห่างของบุคคลในระยะไม่น้อยกว่า 1 เมตร

และไม่ดำเนินการใช้มาตรการจัดการควบคุมให้ผู้เข้าไปใช้บริการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างทั่วถึง ไม่คำนึงถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 เป็นเหตุให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการซื้อเครื่องดื่มและชมการแสดงดนตรีคอนเสิร์ตภายในสถานบริการดังกล่าว ติดเชื้อโควิด - 19 เป็นจำนวนมาก และเป็นเหตุให้มีการแพร่เชื้อโรคติดต่อดังกล่าวแก่ประชาชนทั่วไป เป็นอันตรายต่อสุขภาพชีวิตและมีผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และทำให้ประชาชนที่ติดเชื้อโรคดังกล่าวเป็นพาหะแพร่กระจายโรคโควิดติดต่อกันไปเป็นจำนวนมาก และรัฐต้องชดใช้เยียวยาค่าเสียหายในการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อ อันเป็นความเสียหายแก่รัฐเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดประเมินค่าไม่ได้ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ศาลพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิด ตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 5,7,9,18,19 คำสั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ 2009/2564 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 40,000 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำเลยที่ 1 ปรับ 20,000 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 3 เดือน เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมโดยส่วนรวมเป็นอย่างยิ่ง โทษจำคุกไม่รอการลงโทษ กรณีจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ทั้งนี้ ภายหลังจากศาลตัดสินจำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับ ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยวางเงินสดคนละ 30,000 บาท.

Visitors: 236,881